คุณอุ้มลูกกลับบ้าน มองหน้าเล็กๆ ของเค้าได้เป็นชั่วโมง แล้วจู่ๆ ก็สังเกตเห็นว่า…ผิวดูเหลืองๆ ตาขาวก็ออกเหลืองนิดๆ ใจหายวาบ
แบบนี้ปกติไหม หรือว่ามีอะไรผิดปกติ?
“ดีซ่านทารกแรกเกิด” เป็นเรื่องที่พ่อแม่เกือบทุกคนเคยได้ยิน แต่ไม่ค่อยมีใครเข้าใจจริงๆ จนกระทั่งมาเจอกับตัวเอง ข่าวดีคือ ในทารกส่วนใหญ่ ดีซ่านแรกเกิดเป็นภาวะปกติและหายได้เองชั่วคราว แต่ก็มีบางกรณีที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที
บทความนี้จะช่วยแยกให้ชัด ว่าเมื่อไหร่ควรสบายใจได้ และเมื่อไหร่ควรรีบโทรหาคลินิก โรงพยาบาล หรือ 1669 โดยไม่รอช้า
ดีซ่าน คือภาวะที่ผิวหนังและตาขาวของทารกดูมีสีเหลือง เกิดจากการที่มี บิลิรูบิน ในเลือดมากเกินไป
บิลิรูบินคือสารสีเหลืองที่เกิดจากการสลายเม็ดเลือดแดงเก่าๆ ในร่างกาย ปกติผู้ใหญ่จะขับบิลิรูบินออกทางตับ แล้วส่งออกมากับอุจจาระ
แต่ทารกแรกเกิดมีความแตกต่างอยู่หลายอย่าง
ถ้าบิลิรูบินสร้างมากกว่าที่ตับจะกำจัดได้ มันก็จะเริ่มไปสะสมที่ผิวหนังและตาขาว กลายเป็น ดีซ่านในทารกแรกเกิด หรือที่คนมักเรียกว่า “ตัวเหลือง”
สิ่งที่มักเห็นได้คือ
นี่คือ อาการดีซ่าน แบบคลาสสิก ที่กุมารแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขคอยสังเกตในทารกแรกเกิด
บ่อยมาก
ดังนั้นถ้าลูกคุณตัวออกเหลืองๆ อยู่ คุณไม่ได้แปลกคนเดียวเลย หอผู้ป่วยทารกและห้องคลอดในโรงพยาบาลไทยเจอ ดีซ่านทารก กันทุกวัน
คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า “ลูกเป็นดีซ่านไหม” แต่คือ “ดีซ่านแบบไหน และปลอดภัยหรือเปล่า”
ชนิดที่พบบ่อยที่สุดเรียกว่า ดีซ่านแบบสรีรวิทยา หรือที่หลายคนเรียกกันง่ายๆ ว่า “ดีซ่านปกติ” หมายถึงดีซ่านที่เกิดจากการที่ร่างกายกำลังปรับตัวหลังคลอด ไม่ได้มีโรคแอบแฝง
ในทารกครบกำหนดที่สุขภาพแข็งแรง ดีซ่านแบบสรีรวิทยา มักมีลักษณะดังนี้
ในทารกคลอดก่อนกำหนดดีซ่านอาจนานกว่าได้ บางรายอยู่นานถึงราว 3 สัปดาห์ เพราะตับยังไม่สมบูรณ์ยิ่งกว่า
ช่วงเวลาเหล่านี้สำคัญมาก แพทย์ให้ความสำคัญกับทั้ง ดีซ่านเริ่มเมื่อไหร่ และดีซ่านแรกเกิดอยู่นานแค่ไหน
ถ้าลูกโดยรวมแข็งแรง ดูดนมเก่ง ตื่นมากินบ่อย และดีซ่านเริ่มวันที 2-3 แล้วค่อยๆ ดีขึ้น มักเป็น ดีซ่านแบบปกติ ไม่อันตราย
ตรงนี้เป็นจุดที่พ่อแม่มักสับสน เพราะชื่อคล้ายกันมาก คุณอาจได้ยินคำว่า
คำสองคำนี้ความหมายไม่เหมือนกัน แม้จะคล้ายกัน
ดีซ่านแบบนี้มักเกิดใน สัปดาห์แรกของชีวิต และเกี่ยวข้องกับการที่ทารก ได้รับน้ำนมไม่เพียงพอ
สาเหตุที่พบบ่อย เช่น
เมื่อเด็กได้น้ำนมน้อย
อันนี้คือสิ่งที่แพทย์เรียกว่า ดีซ่านจากการให้นมแม่ (breastfeeding jaundice)
ประเด็นสำคัญ ไม่ใช่ว่า “นมแม่ทำให้เกิดดีซ่าน” แต่คือ เด็ก “กินนมแม่ไม่พอ” ทำให้ขับบิลิรูบินช้าลง
สิ่งที่ช่วยได้คือ
เมื่อการกินนมดีขึ้น ส่วนใหญ่ บิลิรูบินในทารกแรกเกิด จะค่อยๆ ลดลง สีเหลืองของผิวก็จะจางลงตาม
ดีซ่านน้ำนมแม่ (breast milk jaundice) คนละเรื่องกับข้อด้านบน
ลักษณะมักเป็นแบบนี้
เข้าใจว่ามีสารบางชนิดในน้ำนมแม่ที่สามารถ ทำให้ตับของทารกจัดการบิลิรูบินช้าลง ในเด็กบางคน เลยทำให้ระดับบิลิรูบินสูงกว่าปกติเล็กน้อยและนานกว่า
แพทย์มักวินิจฉัยว่าเป็นดีซ่านน้ำนมแม่ เมื่อ
ปัจจุบันกุมารแพทย์ส่วนใหญ่ในไทยมัก ไม่แนะนำให้หยุดนมแม่ เพียงเพราะดีซ่านน้ำนมแม่อย่างเดียว เพราะโดยทั่วไป ดีซ่านน้ำนมแม่ไม่อันตราย ถ้าเด็กสบายดี และนมแม่ก็มีประโยชน์ระยะยาวมาก
ถ้ามีข้อสงสัย แพทย์อาจตรวจ บิลิรูบินในเลือด และตรวจเลือดอื่นๆ เพิ่ม เพื่อแน่ใจว่าไม่มีสาเหตุร้ายแรงซ่อนอยู่
พยาบาลหรือแพทย์จะไม่ดูแค่ “ตาเปล่า” เท่านั้น
การประเมิน ดีซ่านทารกแรกเกิด มักใช้หลายวิธีร่วมกัน
ขั้นแรกเจ้าหน้าที่จะ
การดูด้วยตาช่วยคัดกรองได้ดีระดับหนึ่ง แต่ไม่แม่น 100% โดยเฉพาะในทารกที่มีผิวคล้ำกว่า ถ้าดูแล้วดีซ่านค่อนข้างชัด หรือเด็กยังอายุน้อยมาก มักจะมีการใช้เครื่องหรือเจาะเลือดตรวจบิลิรูบินร่วมด้วย
คุณอาจเห็นเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องเล็กๆ แตะที่หน้าผากหรือหน้าอกลูก นั่นคือ เครื่องวัดบิลิรูบิน ผ่านผิวหนัง
วิธีนี้รวดเร็ว ไม่เจ็บตัว ทำได้ที่เตียงคนไข้ทันที
ถ้าค่าที่ได้สูง หรือเด็กตัวเล็กมาก/คลอดก่อนกำหนด มักต้องมีการตรวจยืนยันด้วยการ เจาะเลือดวัดบิลิรูบิน ที่แม่นยำกว่า
ตรวจด้วยการเจาะเลือดปริมาณเล็กน้อยจากส้นเท้า หรือหลอดเลือดดำ เพื่อวัด
โรงพยาบาลจะใช้กราฟมาตรฐาน (เช่น ตามแนวทางกรมอนามัย หรือแนวทางราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ) ที่อ้างอิงจาก
คุณอาจได้ยินเจ้าหน้าที่พูดถึง “เส้นรักษา” บนกราฟดีซ่าน นั่นคือการดูว่าค่า บิลิรูบินในทารกแรกเกิด ของลูกอยู่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าเส้นที่ต้องรักษา
การรักษาจะขึ้นกับหลายปัจจัย
กรณีดีซ่านระดับไม่มาก ส่วนใหญ่ การรักษาดีซ่าน เบื้องต้นคือ
การกินนมดีจะทำให้เด็กถ่ายบ่อยขึ้น พอถ่ายบ่อย บิลิรูบินก็ถูกขับออกมากับอุจจาระมากขึ้น ดีซ่านก็จะค่อยๆ จาง
ถ้าเป็นนมแม่ เจ้าหน้าที่มักช่วยดูท่าทางการให้นมและการอมหัวนม ถ้าเป็นนมผสม แพทย์จะช่วยวางแผนปริมาณและความถี่ของมื้อให้เหมาะสมกับน้ำหนักและอายุเด็ก
ถ้าระดับบิลิรูบินสูงกว่าที่เกณฑ์กำหนด ลูกอาจต้องรับ การรักษาดีซ่านด้วยแสง ในโรงพยาบาล
การรักษาด้วยแสงใช้ไฟสีฟ้าเฉพาะช่วงคลื่น ช่วยเปลี่ยนบิลิรูบินที่ผิวหนังให้เป็นรูปแบบที่ร่างกายขับออกได้ง่ายขึ้น
โดยทั่วไปหน้าตาการรักษาในโรงพยาบาลจะเป็นแบบนี้
การรักษาดีซ่านด้วยแสงถือว่าปลอดภัยและได้ผลดีมาก เด็กส่วนใหญ่ใช้เวลาเพียง 1 - 2 วัน
เมื่อระดับบิลิรูบินลดลงต่ำกว่าเส้นรักษาแล้ว จะหยุดใช้ไฟ อาจมีการตรวจเลือดซ้ำหลังหยุดไฟช่วงสั้นๆ เพื่อดูว่ามีการเด้งกลับของค่า (rebound) หรือไม่
ในกรณีไม่บ่อยนัก ถ้าระดับบิลิรูบินสูงมาก หรือค่าขึ้นเร็วผิดปกติ ลูกอาจต้องไปรับการดูแลในหอผู้ป่วยทารกวิกฤต (NICU) และได้รับการรักษาเข้มข้นขึ้น เช่น
ภาวะเหล่านี้พบไม่บ่อย โดยเฉพาะถ้าตรวจและรักษาดีซ่านตั้งแต่ระยะแรก เหตุผลที่แพทย์จริงจังกับดีซ่านระดับสูงมาก เพราะ บิลิรูบินสูงผิดปกติอาจทำลายสมองได้ ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า kernicterus แต่โชคดีที่ปัจจุบันพบได้น้อยมากในไทย เนื่องจากมีการเฝ้าระวังและ การวัดบิลิรูบิน ในทารกแรกเกิดเมื่อสงสัยว่าค่าสูง
ดีซ่านส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่ก็มีบางลักษณะที่บอกว่าอาจเป็น ดีซ่านผิดปกติ (pathological jaundice) ซึ่งมักเกิดจากโรคหรือความผิดปกติบางอย่าง ไม่ใช่แค่การปรับตัวตามธรรมชาติ
นี่คือสัญญาณเตือนสำคัญที่พ่อแม่ควรสังเกต
ถ้าลูกดูเหลืองชัด ตั้งแต่วันแรกหลังคลอด (ภายใน 24 ชั่วโมง) แบบนี้ไม่จัดว่าเป็นดีซ่านปกติ
สาเหตุที่อาจพบได้ เช่น
ดีซ่านลักษณะนี้ต้อง รีบพาไปโรงพยาบาล โทรหาห้องคลอด/หอผู้ป่วยเด็กที่คุณคลอด หรือไปที่แผนกฉุกเฉิน รวมถึงโทร 1669 หากลูกมีอาการอื่นร่วมและเดินทางเองลำบาก
ถ้าการตรวจพบว่า บิลิรูบินในทารกแรกเกิด
แพทย์จะรักษาอย่างจริงจังมากขึ้น และค้นหาสาเหตุ เช่น
อันนี้พ่อแม่อาจมองไม่ออกจากภายนอก แต่ทีมแพทย์จะอธิบายให้ฟังเมื่อผลเลือดออก
ปกติในทารกครบกำหนด ดีซ่านแบบสรีรวิทยา
ถ้า ดีซ่านแรกเกิดยังชัดหลังอายุ 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะถ้าเหลืองทั้งตัวชัดเจน หรือไม่เห็นว่าดีขึ้นเลย แพทย์มักอยากตรวจละเอียด
สิ่งที่อาจตรวจหา เช่น
ทารกคลอดก่อนกำหนดอาจมีดีซ่านนานได้มากกว่า 2 สัปดาห์ แต่ก็ควรได้รับการประเมินว่าไม่ได้มีโรคอย่างอื่นซ่อนอยู่
ข้อนี้สำคัญและพ่อแม่เช็กเองได้
อุจจาระปกติของทารกแรกเกิด
ปัสสาวะปกติของทารกแรกเกิด
สัญญาณเตือน
อาการแบบนี้อาจบ่งบอกปัญหาเรื่องการไหลของน้ำดีจากตับ เช่น ท่อน้ำดีตีบตัน ซึ่งต้อง รีบพบกุมารแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินอาหาร/ตับเด็ก เพราะการรักษาเร็วจะช่วยผลลัพธ์ได้ดีกว่ามาก
ถ้าดีซ่านมาพร้อมกับอาการต่อไปนี้
ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพราะทั้งดีซ่านรุนแรงหรือการติดเชื้อรุนแรงสามารถทำให้มีอาการแบบนี้ได้
ติดต่อคลินิก กุมารแพทย์ โรงพยาบาล หรือโทร 1669 / ไปห้องฉุกเฉิน โดยเร็ว ถ้ามีอาการต่อไปนี้
เชื่อสัญชาตญาณของตัวเองได้เลย พ่อแม่มักเป็นคนแรกที่สังเกตความเปลี่ยนแปลงของลูกได้ดีที่สุด
ส่วนกรณีที่ไม่เร่งด่วนมาก เช่น ดีซ่านดูเรื้อรังใกล้ 2 สัปดาห์แต่ลูกกินนมดี แข็งแรง แจ้งคลินิกฝากครรภ์หรือกุมารแพทย์เพื่อนัดตรวจ ก็สามารถขอ ตรวจการวัดบิลิรูบิน และตรวจอื่นๆ ตามดุลยพินิจแพทย์ได้
สำหรับทารกจำนวนมาก คำตอบคือ ปกติ
รูปแบบที่ถือว่าปกติ มักเป็นแบบนี้
รูปแบบที่ “อาจไม่ปกติ” และควรรีบพบแพทย์
ถ้าไม่แน่ใจ ไม่ต้องเกรงใจที่จะถาม ให้เปิดไฟ ดูผิวลูกชัดๆ เล่าให้พยาบาลอนามัย แพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฟังอย่างละเอียด รวมทั้งสีอุจจาระและปัสสาวะ แล้วสอบถามว่า ควรตรวจบิลิรูบินในทารกแรกเกิดหรือไม่
นี่ไม่ใช่ความกังวลเกินเหตุ แต่คือสิ่งที่พ่อแม่ควรทำ คือ สังเกตลูกอย่างใกล้ชิดและกล้าถามเมื่อไม่มั่นใจ
ส่วนใหญ่เด็กที่มีดีซ่านจะกลับมามีสีผิวปกติในเวลาไม่กี่วัน ระหว่างนี้ให้โฟกัสกับการให้นมให้เพียงพอ กอดลูกอุ่นๆ ให้เยอะๆ ถ้าโชคดีไม่ต้องเจอไฟสีฟ้า ก็ยิ่งสบายใจ
ถ้ามีอะไรผิดปกติ การพาไปพบแพทย์เร็วจะช่วยให้รักษาได้ทันเวลา ถ้าทุกอย่างปกติ คุณก็จะได้ความมั่นใจกลับมา
ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหน คุณและลูกไม่จำเป็นต้องรับมือกับเรื่องดีซ่านลำพัง บุคลากรสาธารณสุขไทย โรงพยาบาล และคลินิกใกล้บ้านพร้อมช่วยดูแลให้ผ่านช่วงนี้ไปได้อย่างปลอดภัยที่สุดทั้งแม่และลูก