กิจกรรมสำหรับทารก 9 สัปดาห์: ทัมมี่ไทม์ เล่นหน้าตัวต่อตัว ฝึกมองตาม และการสัมผัสอย่างปลอดภัย

กิจกรรมทารก 9 สัปดาห์ - ทัมมี่ไทม์ เล่นหน้า ฝึกมองตาม

เมื่ออายุครบ 9 สัปดาห์ ลูกอาจดูเหมือนพร้อมเล่นมากขึ้น แต่จริง ๆ แล้วอาจเหนื่อยหลังเล่นได้เพียงไม่กี่นาที ซึ่งเป็นเรื่องปกติ กิจกรรมสำหรับทารก 9 สัปดาห์ ที่เหมาะที่สุดมักเป็นกิจกรรมง่าย ๆ ทำซ้ำได้ และแทรกไว้ระหว่างมื้อกินนมหรือเวลานอนได้ ใบหน้าของพ่อแม่ เสียงพูด และสัมผัสอ่อนโยนยังน่าสนใจกว่าของเล่นราคาแพงในช่วงวัยนี้

มองกิจกรรมเหล่านี้เป็นการชวนลูกเล่น ไม่ใช่การฝึกแบบจริงจัง เลือกช่วงที่ลูกตื่นตัว อารมณ์ดี และเพิ่งกินนมมาไม่นาน หากลูกเบือนหน้า งอแง หรือดูเหนื่อย ก็พักก่อนได้ วันต่อไปยังมีโอกาสเล่นด้วยกันอีก

เกมและกิจกรรมเล่นกับลูกวัย 9 สัปดาห์

ทัมมี่ไทม์โดยมีอุปกรณ์ช่วยพยุง

ทัมมี่ไทม์ช่วยให้ลูกฝึกยกและหันศีรษะ พร้อมเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอ ไหล่ หลัง และแขน นี่จึงเป็นหนึ่งใน วิธีทำทัมมี่ไทม์ ที่ช่วยให้ลูกฝึกยกศีรษะได้ดี

เด็กบางคนไม่ชอบนอนคว่ำบนพื้นในช่วงแรก การใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กม้วนช่วยให้ท่าเล่นสบายขึ้นได้

วิธีทำทัมมี่ไทม์ โดยใช้ผ้าขนหนู

  1. เลือกพื้นที่บนพื้นแข็งและโล่ง ปูเสื่อหรือผ้าห่มสำหรับเล่น
  2. ม้วนผ้าขนหนูผืนเล็กให้เป็นแท่งแน่นพอประมาณ
  3. จัดให้ลูกนอนคว่ำ แล้ววางผ้าขนหนูไว้ใต้ช่วงอกด้านบนและรักแร้
  4. ตรวจดูว่าผ้าขนหนูไม่ได้อยู่ใต้คอหรือใบหน้า จมูกและปากของลูกต้องโล่งตลอดเวลา
  5. ระดับที่ยกขึ้นเล็กน้อยจะช่วยให้ลูกยกศีรษะง่ายขึ้น และมีพื้นที่ให้ขยับแขนหรือเอื้อมมือ
  6. ลงไปนอนอยู่ด้านหน้าลูก ยิ้ม พูดคุย และสบตากัน
  7. เริ่มจากช่วงสั้น ๆ ประมาณ 2-5 นาที

พยายามทำวันละ 3-5 รอบ รวมเวลาประมาณ 15-20 นาที เวลานี้อาจรวมการให้ลูกนอนคว่ำบนอกของพ่อแม่ได้ด้วย แต่ผู้ใหญ่ต้องตื่นและเฝ้าดูอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลา

วางของเล่นสีสด ใบหน้าของคุณ หรือเสียงเขย่าของเล่นไว้ด้านหน้าลูก หากต้องการกระตุ้นให้ลูกหันศีรษะ ให้เลื่อนของเล่นเพียงเล็กน้อย ไม่ควรจับหรือดันศีรษะลูกให้หันตาม เป้าหมายคือการฝึกอย่างนุ่มนวล ไม่ใช่ต้องทำท่าได้สมบูรณ์แบบ

คำแนะนำสำหรับทัมมี่ไทม์เหล่านี้อาจช่วยให้ลูกเล่นได้นานขึ้น

  • ลองทำหลังลูกตื่นนอน แทนการทำตอนที่ลูกเริ่มง่วงแล้ว
  • หลีกเลี่ยงการทำทันทีหลังจากกินนมอิ่ม
  • ใช้เสียงพูดของคุณช่วยให้กิจกรรมดูเป็นการเล่นด้วยกัน
  • หากลูกเริ่มร้องไห้ ให้หยุดและอุ้มปลอบ
  • ห้ามปล่อยลูกนอนคว่ำตามลำพัง

ทัมมี่ไทม์ ทารก 2 เดือน ต้องทำในช่วงที่ลูกตื่นและมีผู้ใหญ่ดูแลอย่างใกล้ชิดเสมอ ส่วนเวลานอนควรจัดให้ลูกนอนหงายในพื้นที่นอนที่ปลอดภัยและไม่มีสิ่งของเกะกะ

เล่นหน้าตัวต่อตัวกับลูกและเลียนแบบท่าทาง

ช่วงวัยนี้ลูกเริ่มจ้องมองใบหน้าอย่างตั้งใจ การเล่นหน้าตัวต่อตัวกับลูกจึงเป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ และสร้างความสนุกให้ทั้งลูกและพ่อแม่

ลองเล่นเกมเลียนแบบง่าย ๆ

  1. อุ้มลูกให้มั่นคง หรือให้ลูกนอนหงายบนพื้นผิวที่แข็งและปลอดภัย
  2. วางใบหน้าของคุณห่างจากลูกประมาณ 25-30 เซนติเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับระยะระหว่างใบหน้าของแม่กับลูกตอนให้นม
  3. ทำสีหน้าชัดเจนสักหนึ่งแบบ เช่น ยิ้มกว้าง อ้าปาก หรือแลบลิ้นเบา ๆ
  4. ค้างสีหน้าไว้สองสามวินาที
  5. จากนั้นหยุดและรอดูปฏิกิริยาของลูก
  6. หากลูกดูสนใจหรือขยับตอบสนอง ค่อยทำท่าเดิมซ้ำ

ลูกอาจอ้าปาก ขยับลิ้น เบิกตา หรือพยายามยิ้มตาม แต่ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบได้ทุกครั้ง สิ่งสำคัญพอ ๆ กับสีหน้าคือการเว้นจังหวะ เพราะทำให้ลูกมีเวลาตอบกลับ

นี่คือจุดเริ่มต้นของการโต้ตอบไปมา ซึ่งต่อไปจะพัฒนาเป็นพื้นฐานของการสนทนา ในตอนนี้ “บทสนทนา” อาจเป็นเพียงรอยยิ้ม การขยับตัว หรือเสียงอ้อแอ้เล็ก ๆ

ลองเปลี่ยนน้ำเสียงด้วย พูดว่า “สวัสดีจ้ะ แม่เห็นหนูอยู่นะ” แล้วหยุดรอฟัง หากลูกส่งเสียงอ้อแอ้ ให้ตอบกลับราวกับลูกกำลังพูดคุยกับคุณ เพราะสำหรับลูกแล้ว นั่นคือการสื่อสารจริง ๆ

เกมฝึกการมองตาม

เมื่ออายุประมาณ 9 สัปดาห์ เด็กหลายคนเริ่มสนุกกับการมองตามสิ่งของที่เคลื่อนช้า ๆ เกมนี้ช่วยฝึกสมาธิในการมอง และทำให้คุณสังเกตได้ว่าลูกตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวอย่างไร

กิจกรรมฝึกมองตามแบบอ่อนโยน

  1. ให้ลูกนอนหงาย หรืออุ้มลูกตั้งตรงพิงอก
  2. ถือของเล่นสีสดหรือของเล่นมีเสียงไว้ห่างจากใบหน้าลูกประมาณ 30 เซนติเมตร
  3. รอจนลูกสังเกตเห็นของเล่น
  4. เลื่อนของเล่นช้า ๆ จากซ้ายไปขวา
  5. นำกลับมาตรงกลาง แล้วค่อย ๆ เลื่อนขึ้นและลง
  6. เคลื่อนของเล่นอย่างสม่ำเสมอและไม่เร็วเกินไป
  7. เมื่อลูกหมดความสนใจ ให้หยุดเพื่อให้ลูกพัก

ของเล่นสีแดงหรือสีเหลืองอาจมองเห็นได้ง่าย เพราะสีที่ตัดกันชัดเจนจะสะดุดตาเด็กเล็ก ของเล่นมีเสียงชิ้นเล็ก ๆ ใช้ได้ดี แต่ไม่จำเป็นต้องเขย่าตลอดเวลา เพราะหัวใจของเกมนี้คือการมองตาม

สังเกตว่าดวงตาของลูกเคลื่อนตามของเล่นได้ต่อเนื่องหรือไม่ ดวงตาอาจหลุดจากของเล่นเป็นช่วง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในวัยนี้ ควรเคลื่อนของเล่นให้ช้ากว่าที่คิด เพราะการเคลื่อนที่เร็วอาจติดตามได้ยากและทำให้ลูกถูกกระตุ้นมากเกินไป

กิจกรรมนี้เหมาะทั้งกับ ลูก 2 เดือน และเด็กที่กำลังเข้าสู่ 3 เดือน จึงเป็นหนึ่งใน เกมพัฒนาการทารก ที่ทำได้ง่าย ให้ถือของเล่นห่างจากมือและปากของลูกอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะของเล่นที่มีด้าม เชือก หรือชิ้นส่วนถอดออกได้

พูดคุยและร้องเพลงระหว่างวัน

ไม่จำเป็นต้องเปิดเพลงพิเศษหรือใช้บัตรคำศัพท์ เสียงพูดตามธรรมชาติของคุณก็เพียงพอแล้ว การพูดคุยระหว่างดูแลลูกช่วยให้ลูกได้ฟังเสียง จังหวะภาษา และสังเกตสีหน้าของคนที่คุ้นเคย

เปลี่ยนช่วงเวลาประจำวันให้เป็นการเล่นกับภาษา

เล่าให้ลูกฟังว่าคุณกำลังทำอะไร เช่น

  • “ตอนนี้แม่กำลังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้หนูนะ”
  • “นี่คือน้ำอุ่นจ้ะ”
  • “แม่กำลังใส่ชุดนอนสะอาดให้แล้ว”
  • “นิ้วเท้าหนูกำลังขยับดุ๊กดิ๊กเลย”
  • “เราไปดูนอกหน้าต่างกันนะ”

พูดตามปกติและเว้นช่วงสั้น ๆ ให้ลูกมีโอกาสตอบกลับ ลูกอาจส่งเสียงอ้อแอ้ เตะขา หรือเปลี่ยนสีหน้า เมื่อเห็นการตอบสนองเช่นนั้น ให้พูดกลับไป การโต้ตอบแบบนี้ช่วยให้ลูกเรียนรู้จังหวะของการสื่อสารตั้งแต่ยังพูดไม่ได้

การร้องเพลงก็เหมาะมาก เพราะเพลงมีการซ้ำและจังหวะที่คาดเดาได้ จะร้องเพลงกล่อมเด็ก แต่งเพลงสั้น ๆ ตอนอาบน้ำ หรือร้องทำนองเดิมตอนใส่ถุงเท้าก็ได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะร้องเพราะหรือไม่ ลูกจำเสียงของคุณได้ ไม่ได้สนใจระดับเสียงที่แม่นยำ

ร้องหนึ่งท่อนแล้วหยุดรอ ให้เวลาลูกส่งเสียงตอบกลับ การแลกเปลี่ยนเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้ลูกเริ่มเรียนรู้ว่าการสื่อสารประกอบด้วยการฟัง การรอ และการตอบสนอง

การพูดและร้องเพลงเป็น กิจกรรมแม่ลูก 2 เดือน ที่แทรกเข้าไปในชีวิตประจำวันได้ง่าย ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์และไม่ต้องจัดเวลาเป็นพิเศษ

ขยับขาเหมือนปั่นจักรยาน

การขยับขาเหมือนปั่นจักรยานเป็นกิจกรรมเคลื่อนไหวเบา ๆ สำหรับลูกที่ชอบให้ผู้ใหญ่จับตัวอย่างนุ่มนวล จังหวะสลับขาอาจช่วยให้ลมในท้องเคลื่อนตัว และยังเป็นการบริหารขาและกล้ามเนื้อหน้าท้องเบา ๆ

วิธีขยับขาลูกเหมือนปั่นจักรยาน

  1. ให้ลูกนอนหงายบนพื้นผิวที่แข็งและปลอดภัย
  2. ใช้มือจับขาส่วนล่างของลูกข้างละข้างอย่างผ่อนคลาย
  3. ค่อย ๆ ขยับขาสลับกันเหมือนกำลังปั่นจักรยาน
  4. หมุนเป็นวงเล็ก ๆ และใช้แรงเพียงเบา ๆ
  5. ทำประมาณ 30 วินาทีถึง 1 นาที แล้วหยุดพัก
  6. ยิ้มและพูดคุยกับลูกระหว่างขยับขา

เด็กบางคนชอบกิจกรรมนี้ทันที ขณะที่บางคนอาจยอมให้ขยับเพียงไม่กี่ครั้ง อย่าฝืนเหยียดขา อย่ากดเข่าเข้าหาหน้าอก และอย่าทำต่อหากลูกแสดงอาการไม่สบาย

คุณอาจหยุดพักโดยงอเข่าลูกทั้งสองข้างเบา ๆ ไว้ครู่หนึ่ง แล้วค่อยปล่อยลง หากลูกร้อง ตัวเกร็ง หรือดูเจ็บ ให้หยุดทันที การขยับขาไม่ใช่การรักษาปัญหาระบบย่อยอาหาร หากลูกไม่สบายท้องบ่อย อาเจียน ท้องบวม หรือดูดนมลำบาก ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือพาลูกไปตรวจที่คลินิกเด็กดี

เล่นกับกระจก

ใบหน้าเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับเด็กเล็ก กระจกสำหรับเด็กช่วยให้ลูกวัย 9 สัปดาห์ได้มองใบหน้าอีกแบบหนึ่ง แม้ตอนนี้ลูกจะยังไม่เข้าใจว่าเงาสะท้อนนั้นคือตัวเอง

ทำให้เวลาเล่นกับกระจกเป็นกิจกรรมโต้ตอบ

  1. เลือกกระจกสำหรับเด็กที่ติดตั้งแน่นหนา หรือใช้กระจกที่แตกไม่ได้และจับให้มั่นคง
  2. อุ้มลูกไว้หน้ากระจก โดยประคองศีรษะและลำตัว
  3. ชี้ไปที่เงาสะท้อนแล้วพูดว่า “เด็กคนนี้คือใครนะ”
  4. เรียกชื่อสิ่งที่ลูกมองเห็น เช่น “นี่คือตาของหนู” หรือ “แม่เห็นหนูกำลังยิ้ม”
  5. ขยับใบหน้าของคุณเข้าและออกจากมุมมอง
  6. ปล่อยให้ลูกมอง เตะขา และส่งเสียงตามสบาย

จะใช้กระจกระหว่างเล่นบนพื้นหรือขณะอุ้มลูกตั้งตรงก็ได้ วางกระจกให้ห่างจากขอบโต๊ะ เตียง เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งของที่ลูกอาจคว้าดึงลงมา หลีกเลี่ยงกระจกแก้วที่แตกได้

คุณอาจสังเกตว่าลูกจ้องเงาสะท้อนของคุณมากกว่าเงาของตัวเอง ไม่เป็นไร เพราะลูกกำลังเรียนรู้เรื่องใบหน้า การเคลื่อนไหว และความเชื่อมโยงระหว่างเสียงกับคนที่กำลังพูด

สำรวจประสาทสัมผัส

เด็กเล็กเรียนรู้ผ่านการสัมผัสเช่นเดียวกับการมองเห็นและการฟัง การเล่นสัมผัสสำหรับทารกทำได้ระหว่างกอดกัน หลังตื่นนอน หรือขณะที่ลูกนอนเล่นบนเสื่อ

ให้ลูกสัมผัสพื้นผิวทีละอย่าง

เตรียมของชิ้นใหญ่ที่สะอาดและปลอดภัย เช่น

  • ผ้ามัสลินเนื้อนุ่ม
  • หนังสือผ้าหรือผ้ากรุ๊งกริ๊งที่เย็บแน่นหนา
  • ห่วงไม้ผิวเรียบที่ผลิตสำหรับเด็กเล็ก
  • ช้อนโลหะเย็น ๆ ซึ่งต้องใช้โดยมีผู้ใหญ่เฝ้าดูอย่างใกล้ชิด

ให้ลูกสัมผัสของทีละชิ้น วางสิ่งของลงบนฝ่ามือหรือหลังมือ แล้วปล่อยให้ลูกสำรวจ คุณอาจใช้ผ้ามัสลินลูบเบา ๆ บริเวณเท้าหรือท่อนแขน พร้อมพูดว่า “นุ่มจังเลย” หากเป็นผ้ากรุ๊งกริ๊ง ให้บอกลูกว่า “หนูได้ยินเสียงไหม”

สำหรับห่วงไม้ ให้ตรวจดูว่าไม่มีเสี้ยน สีหลุด หรือชิ้นส่วนเล็ก ๆ ส่วนช้อนโลหะต้องสะอาด ไม่บุบหรือมีขอบคม และผู้ใหญ่ควรเป็นคนถือ ไม่ควรปล่อยให้ลูกอมช้อนหรือแกว่งเล่นเอง ช้อนโลหะอาจให้ความรู้สึกเย็น แต่ก็แข็งและหนักเกินไปสำหรับเด็กเล็ก

คำพูดของคุณช่วยเติมประสบการณ์ให้ลูกได้อีกชั้นหนึ่ง ลองใช้คำว่า “เรียบ” “นุ่ม” “เย็น” หรือ “เสียงกรอบแกรบ” แม้ลูกยังไม่เข้าใจความหมาย แต่กำลังได้ยินเสียงคำเหล่านั้นและค่อย ๆ เชื่อมโยงเสียงของคุณกับสิ่งที่กำลังสัมผัส

หลีกเลี่ยงสิ่งของที่มีปุ่ม ลูกปัด ริบบิ้น ถ่าน แม่เหล็ก หรือชิ้นส่วนที่ถอดออกได้ หากของชิ้นใดสามารถลอดเข้าไปในแกนกระดาษทิชชูได้ ก็ถือว่าเล็กเกินไปสำหรับนำมาให้ลูกเล่น

ทำให้การเล่นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

กิจกรรมสำหรับทารกไม่จำเป็นต้องกินเวลาทั้งบ่าย การสบตากันหนึ่งนาทีระหว่างเปลี่ยนผ้าอ้อมก็นับเป็นการเล่น ร้องเพลงตอนพับผ้าก็นับเช่นกัน เช่นเดียวกับการลงไปนอนข้าง ๆ ลูกบนพื้น แล้วฟังเสียงเล็ก ๆ ที่ลูกส่งให้ใบหน้าของคุณ

เลือกกิจกรรมตามอารมณ์และความพร้อมของลูก

  • ตื่นตัวและอารมณ์ดี: ลองเล่นฝึกมองตาม เล่นกระจก หรือเล่นเลียนแบบสีหน้า
  • เพิ่งตื่นนอน: ลองฝึกทัมมี่ไทม์
  • กระสับกระส่ายเหมือนมีลมในท้อง: ลองขยับขาเบา ๆ
  • เงียบและอยากกอด: พูดคุย ร้องเพลง หรือให้สัมผัสพื้นผิวทีละอย่าง
  • ง่วงหรือถูกกระตุ้นมากเกินไป: หยุดกิจกรรมแล้วอุ้มลูกพัก

ข้อควรระวังในการทำกิจกรรมทุกชนิด

อยู่ในระยะเอื้อมถึงของลูกตลอดเวลาที่เล่น โดยเฉพาะตอนทำทัมมี่ไทม์ สำรวจสิ่งของสัมผัส และเล่นกับกระจก ห้ามปล่อยลูกไว้ตามลำพังบนพื้นที่สูง เช่น เตียง โซฟา โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือเตียงของผู้ใหญ่ เด็กอาจพลิกตัวหรือดิ้นตกได้โดยไม่ทันตั้งตัว แม้ก่อนหน้านี้จะยังไม่เคยพลิกตัวก็ตาม

เก็บของชิ้นเล็ก สายไฟ บรรจุภัณฑ์พลาสติก และผ้าหลวม ๆ ให้ห่างจากลูก ตรวจของเล่นเป็นประจำว่ามีรอยแตก รอยขาด หรือชิ้นส่วนหลุดหรือไม่ ทุกสิ่งที่ลูกจับหรือเอาเข้าปากควรมีผู้ใหญ่คอยดูแล

ที่สำคัญ ให้สังเกตสัญญาณจากลูกเสมอ หากลูกเบือนหน้า แอ่นหลัง หาวซ้ำ ๆ งอแง ร้องไห้ ตัวเกร็ง หรือดูไม่สบาย ให้หยุดกิจกรรม การพักไม่ได้แปลว่าทำไม่สำเร็จ แต่เป็นวิธีที่ลูกกำลังสื่อสารกับคุณ

ในวัย 9 สัปดาห์ การเล่นไม่ใช่การทำให้ลูกสนุกตลอดเวลา แต่คือการแบ่งปันช่วงเวลาสั้น ๆ ร่วมกัน ใบหน้า เสียงพูด และการอยู่ข้าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ คือกิจกรรมที่ลูกคุ้นเคยและชื่นชอบที่สุด การเลี้ยงลูกในแต่ละวันจึงเต็มไปด้วยโอกาสเล็ก ๆ ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทารกได้โดยไม่ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ


เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ควรใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ กุมารแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอื่น ๆ หากคุณมีคำถามหรือข้อกังวลใด ๆ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
เราในฐานะนักพัฒนาแอป Erby ขอปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจใด ๆ ที่คุณทำโดยอาศัยข้อมูลนี้ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ส่วนบุคคล

Erby — แอปติดตามทารกสำหรับทารกแรกเกิดและแม่ให้นม

ติดตามการให้นม การปั๊มนม การนอนหลับ ผ้าอ้อม และพัฒนาการสำคัญ
Erby

Erby — แอปมือถือ

ติดตามการให้นม การปั๊มนม การนอนหลับ ผ้าอ้อม และพัฒนาการสำคัญ