ทำไมลูกทารกหายใจมีเสียงแปลก: ความหมาย สาเหตุ สัญญาณอันตราย และคำแนะนำสำหรับพ่อแม่
เด็กแรกเกิดมักทำให้พ่อแม่ตกใจได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อได้ยินเสียงแปลก ๆ จากที่นอนตอนตีสอง ทั้งเสียงฟืดฟาด เสียงอื๊ด เสียงครางเบา ๆ หรือเสียงหายใจครืดคราดที่ฟังดูดังเกินตัว หากคุณกำลังสงสัยว่า “ทำไมลูกหายใจมีเสียงแปลก ๆ” บอกเลยว่าไม่ได้เป็นอยู่คนเดียว
ทารกหายใจเสียงดังกว่าที่หลายคนคาดไว้ เพราะทางเดินหายใจยังเล็ก รูปแบบการหายใจยังพัฒนาไม่เต็มที่ และน้ำมูกหรือเสมหะเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดเสียงชัดเจนได้ ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่บางเสียงอาจบ่งบอกว่าลูกหายใจลำบากและควรได้รับการดูแลโดยเร็ว การแยกความต่างให้ได้จะช่วยให้พ่อแม่สบายใจขึ้น และรู้ว่าเมื่อไรควรเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง
ทำไมทารกจึงหายใจมีเสียงแปลก ๆ ได้บ่อย
เด็กแรกเกิดและทารกเล็กมีระบบหายใจต่างจากเด็กโตหรือผู้ใหญ่ ทางเดินหายใจยังไม่แข็งแรงเต็มที่ และร่างกายกำลังปรับตัวอย่างรวดเร็วหลังคลอด
สาเหตุทั่วไปที่ทำให้ เสียงหายใจของทารก ฟังดัง ครืดคราด หรือไม่สม่ำเสมอ ได้แก่
- ทางเดินหายใจมีขนาดเล็กมาก: น้ำมูกแห้ง เสมหะในทารก หรือคราบนมที่ค้างบริเวณลำคอเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้เกิดเสียงดังได้
- โพรงจมูกแคบ: ช่วงหลายเดือนแรก ทารกมักหายใจทางจมูกเป็นหลัก จมูกตันเล็กน้อยก็ทำให้มีเสียงฟืดฟาด คล้ายดมกลิ่น หรือหายใจครืดคราดได้
- ขับเสมหะเองได้ไม่ดี: ลูกยังสั่งน้ำมูกหรือกระแอมขับเสมหะไม่ได้ เสมหะจึงค้างอยู่ในตำแหน่งที่เราได้ยินเสียงชัด
- ระบบควบคุมการหายใจยังไม่สมบูรณ์: ทารกบางคนหายใจไม่เป็นจังหวะ โดยเฉพาะขณะหลับ
- เนื้อเยื่อทางเดินหายใจส่วนบนอ่อนตัว: ทารกบางรายมีภาวะ laryngomalacia หรือกล่องเสียงหย่อน ทารก ซึ่งเนื้อเยื่อบริเวณเหนือกล่องเสียงนิ่มกว่าปกติและเคลื่อนไหวขณะหายใจ
อย่าเพิ่งตัดสินจากเสียงเพียงอย่างเดียว ให้ดูอาการโดยรวมด้วย ลูกมีผิวและริมฝีปากสีชมพู ตื่นตัวเมื่อไม่หลับ กินนมได้ดี และดูสบายระหว่างหายใจหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น มักเป็นสัญญาณที่น่าอุ่นใจ
เสียงปกติของทารกที่มักทำให้พ่อแม่กังวล
เสียงดมฟุดฟิดและทารกกรน
ทารกกรน หรือมีเสียงดมฟุดฟิดพบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในช่วงแรกเกิด เพราะโพรงจมูกของลูกเล็กมาก น้ำมูกเพียงนิด อากาศแห้ง หรือท่านอนบางท่าก็ทำให้หายใจมีเสียงได้
อาจได้ยินเสียงชัดขึ้นหลังดูดนม เมื่อเด็กนอนราบ หรือช่วงเป็นหวัด บางครั้งฟังเหมือนจมูกอุดตัน แม้จะไม่มีน้ำมูกไหลออกมามากนัก
สามารถใช้สเปรย์หรือน้ำเกลือสำหรับเด็กหยอดจมูกเพื่อช่วยให้น้ำมูกนิ่มลง หากจำเป็นจึงค่อยใช้ลูกยางดูดน้ำมูกอย่างเบามือและเท่าที่จำเป็น การดูดบ่อยเกินไปอาจทำให้เยื่อบุจมูกระคายเคือง บวม และยิ่งตันกว่าเดิม
การกรนเบา ๆ เป็นครั้งคราวมักไม่น่ากังวล แต่ควรแจ้งกุมารแพทย์ในการตรวจตามนัด หากลูกกรนดังทุกคืน มีช่วงหยุดหายใจ ดูดนมได้น้อย หรือดูง่วงซึมผิดปกติ
การหายใจเป็นพัก ๆ ในทารก
อีกแบบที่พ่อแม่มักตกใจคือ ลูกหายใจเป็นพักๆ ทารกเล็กอาจหยุดหายใจสั้น ๆ ไม่เกินประมาณ 10 วินาที แล้วตามด้วยการหายใจเร็วขึ้นหลายครั้ง ก่อนกลับสู่จังหวะปกติ
ลักษณะอาจเป็นดังนี้
- หายใจสม่ำเสมออยู่หลายครั้ง
- เว้นช่วงสั้น ๆ มักไม่เกิน 10 วินาที
- หายใจถี่ขึ้นช่วงสั้น ๆ
- กลับมาหายใจตามปกติ
รูปแบบนี้พบได้มากในเด็กแรกเกิด โดยเฉพาะตอนนอน เพราะสมองยังเรียนรู้การควบคุมจังหวะหายใจให้คงที่ และมักค่อย ๆ ลดลงเมื่อลูกโตขึ้น
หากสงสัยว่า หายใจเป็นพักๆ ทารกปกติไหม ให้สังเกตลูกมากกว่าจ้องนับวินาทีจนกังวลเกินไป ถ้าหยุดเพียงครู่เดียว ลูกยังตัวชมพู ผ่อนคลาย และกลับมาหายใจได้ตามปกติ มักเป็นภาวะปกติ แต่ถ้าหยุดนานเกิน 10 วินาที มีริมฝีปากเขียว ตัวอ่อนปวกเปียก หรือปลุกยาก ควรพาไปพบแพทย์ฉุกเฉิน
ลูกครางตอนนอน
การได้ยิน ทารกหายใจเสียงดังตอนนอน หรือมีเสียงครางเบา ๆ เป็นเรื่องที่พบได้ปกติ เด็กเล็กนอนเสียงดังได้มาก ทั้งคราง บิดตัว ส่งเสียงแหลมเบา ๆ ออกแรงเบ่ง หรือมีเสียงคล้ายแพะร้องในช่วงหลับตื้น
บางครั้งเสียงครางเกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร เด็กแรกเกิดอาจออกแรงมากตอนผายลมหรือถ่ายอุจจาระ แม้อุจจาระจะยังนิ่มดี ซึ่งโดยทั่วไปไม่ใช่อาการท้องผูก
คำสำคัญคือ “เป็นครั้งคราว” หากลูกครางบ้างขณะหลับหรือขณะเบ่งถ่าย มักไม่อันตราย แต่การครางทุกลมหายใจต่างออกไป เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าลูกกำลังหายใจลำบาก ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป
ลูกสะอึกบ่อย
ลูกสะอึกบ่อย เป็นเรื่องธรรมดามากและแทบไม่อันตราย เกิดจากกะบังลม ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อใต้ปอดที่ช่วยในการหายใจ ยังพัฒนาไม่เต็มที่และถูกกระตุ้นได้ง่าย
การดูดนม กลืนลม ร้องไห้ ตื่นเต้น หรืออิ่มมากเกินไป ล้วนกระตุ้นให้สะอึกได้ เด็กบางคนสะอึกทุกวัน ขณะที่บางคนสะอึกหลังดูดนมแทบทุกมื้อในช่วงแรก
อาการสะอึกไม่ได้ทำให้ลูกเจ็บ และส่วนใหญ่มักหายเอง ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีพื้นบ้าน ทำให้ตกใจ หรือพยายามกลั้นหายใจให้เด็ก การอุ้มตั้งตรงสักพักหลังให้นม ให้กินนมปริมาณน้อยลงแต่บ่อยขึ้น และจับเรอเบา ๆ อาจช่วยลดความถี่ได้บ้าง แต่หลายครั้งก็เพียงรอให้หายเอง
เสียงหายใจที่อาจต้องพบแพทย์
ไม่ใช่ทุกเสียงจะเป็นเพียงความปกติของเด็กแรกเกิด หากไม่แน่ใจ ลองถ่ายคลิปวิดีโอหรือบันทึกเสียงสั้น ๆ ไว้ให้กุมารแพทย์หรือพยาบาลที่คลินิกเด็กดีฟัง เพราะเด็กหลายคนมักหยุดทำเสียงที่น่ากังวลทันทีเมื่อถึงห้องตรวจ
Stridor: เสียงแหลมขณะหายใจเข้า
Stridor คือเสียงแหลม เสียงอี๊ด หรือเสียงแข็ง ๆ ที่มักได้ยินชัดตอนเด็กหายใจเข้า อาจดังขึ้นเมื่อลูกร้อง ดูดนม นอนหงาย หรือตื่นเต้น
ในทารกจำนวนมาก สาเหตุเกี่ยวข้องกับ laryngomalacia ทารก หรือภาวะกล่องเสียงหย่อน ทารก เนื้อเยื่อเหนือกล่องเสียงที่นิ่มจะยุบตัวเข้าด้านในเล็กน้อยระหว่างหายใจเข้า เสียงอาจฟังน่ากลัว แต่หากอาการไม่มาก ภาวะนี้มักดีขึ้นเองเมื่อทางเดินหายใจแข็งแรงขึ้น โดยส่วนใหญ่ในช่วงอายุ 12-18 เดือน
อาการที่อาจพบในเด็กที่มีกล่องเสียงหย่อน ได้แก่
- มีเสียงแหลมตอนหายใจเข้า โดยเฉพาะเวลาร้อง
- เสียงหายใจดังขึ้นเมื่อนอนราบ
- ดูดนมมีเสียงดังหรือเหนื่อยง่าย
- แหวะนมหรือมีอาการคล้ายกรดไหลย้อน
- เสียงเบาลงเมื่อลูกสงบหรืออุ้มตัวตรง
แม้ภาวะนี้มักไม่รุนแรง แต่เด็กที่มีเสียง stridor ต่อเนื่องควรได้รับการประเมินจากแพทย์ เพราะในรายที่เป็นมากอาจส่งผลต่อการดูดนม น้ำหนักตัว หรือระดับออกซิเจนได้ ควรพบแพทย์เร็วขึ้นหากลูกสำลักระหว่างกินนม น้ำหนักขึ้นช้า มีช่วงหยุดหายใจ หรือริมฝีปากเขียว
เสียงหวีดต่อเนื่อง
ลูกหายใจมีเสียงหวีด มักเป็นเสียงคล้ายผิวปากหรือเสียงดนตรีเบา ๆ โดยมักได้ยินตอนหายใจออก ซึ่งต่างจากเสียงฟืดฟาดจากจมูกตัน เสียงหวีดอาจบอกว่าอากาศกำลังผ่านหลอดลมส่วนล่างที่ตีบแคบ
เสียงหายใจมีเสียงหวีดในทารก อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น หลอดลมฝอยอักเสบ ซึ่งพบได้บ่อยในฤดูฝนหรือช่วงอากาศเย็น รวมถึงอาจเกิดจากการระคายเคืองหรือการตีบแคบของทางเดินหายใจจากสาเหตุอื่น
หากเด็กเล็กมีเสียงหวีด โดยเฉพาะเป็นครั้งแรก เป็นต่อเนื่อง หรือมีไอร่วมด้วย ควรให้แพทย์ตรวจ ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยชนิดของเสียงด้วยตนเอง เพราะหวัดธรรมดาก็ทำให้หายใจเสียงดังได้โดยไม่ใช่เสียงหวีดจริง สิ่งสำคัญคือดูว่าลูกหายใจสบายหรือกำลังออกแรงหายใจมากผิดปกติ
ลูกไอ: เมื่อไรเป็นปกติ และเมื่อไรควรกังวล
การมี ลูกไอ เป็นครั้งคราวถือว่าปกติ เด็กไอเพื่อขับน้ำลาย เสมหะ หรือนมเล็กน้อยที่สำลักระหว่างดูดนม ไอหนึ่งหรือสองครั้งตอนน้ำลายไหลหรือหลังดูดนมจึงมักไม่ใช่เรื่องน่าห่วง
แต่หากไอบ่อยต่อเนื่องเกินสองสามวัน ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือสถานพยาบาล โดยเฉพาะเด็กอายุน้อยมาก สาเหตุอาจเป็นการติดเชื้อไวรัส น้ำมูกไหลลงคอ กรดไหลย้อน หรือโรคทางเดินหายใจที่ต้องได้รับการประเมิน
ลองสังเกตรูปแบบการไอ ไอมากช่วงกินนมหรือไม่ ไอตอนกลางคืนเป็นหลักหรือเปล่า มีอาเจียนหลังไอ ปฏิเสธนม หรือซึมผิดปกติไหม รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินสาเหตุได้ดีขึ้น
ไอเสียงเห่า
อาการไอแหบดังคล้ายเสียงเห่าแมวน้ำอาจเป็นสัญญาณของโรคครูป ซึ่งมักเกิดจากไวรัสทำให้บริเวณกล่องเสียงและหลอดลมบวม อาจเริ่มจากมีน้ำมูกก่อน และมักไอดังขึ้นในเวลากลางคืน
ให้อยู่ในบรรยากาศเย็นสบาย ปลอบลูกให้สงบ และอุ้มตัวตรง บางครอบครัวอาจพาลูกเข้าไปนั่งในห้องน้ำที่มีไอน้ำ แต่ต้องระวังน้ำร้อนและห้ามให้เด็กสัมผัสไอน้ำโดยตรง เพราะเสี่ยงถูกลวกได้ง่าย ควรพบแพทย์หากมีไอเสียงเห่าร่วมกับหายใจมีเสียงดังแม้ขณะพัก หอบมากขึ้น หรือดูดนมลำบาก
ครางทุกลมหายใจ
อาการนี้ต่างจากเสียงครางเบา ๆ ตอนหลับ การ ครางทุกลมหายใจ โดยเฉพาะตอนหายใจออก อาจหมายถึงเด็กกำลังพยายามพยุงให้ทางเดินหายใจเปิดอยู่ และเป็นสัญญาณหนึ่งของภาวะหายใจลำบากที่ค่อนข้างรุนแรง
หากได้ยินลูกครางทุกครั้งที่หายใจ ไม่ว่าจะตอนตื่นหรือนอน ควรรีบพาไปพบแพทย์ฉุกเฉิน ไม่ควรรอดูว่าจะดีขึ้นหลังงีบหรือไม่
สัญญาณอันตราย: เมื่อไรควรไปฉุกเฉิน
ทารกอาการทรุดเร็วได้ และปัญหาการหายใจไม่ควรเฝ้าดูอยู่บ้านแบบชะล่าใจ โทร 1669 หรือพาไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที หากพบอาการต่อไปนี้
- หายใจเร็วกว่า 60 ครั้งต่อนาที ขณะที่ลูกสงบ
- หน้าอกบุ๋ม คือผิวหนังรั้งเข้าไประหว่างซี่โครง ใต้ชายโครง หรือบริเวณเหนือกระดูกไหปลาร้าทุกครั้งที่หายใจ
- ปีกจมูกบาน ซ้ำ ๆ ขณะหายใจ
- ริมฝีปาก ลิ้น หรือผิวมีสี เขียว เทา หรือซีดผิดปกติ
- ครางทุกลมหายใจ
- ลูก ดูดนมไม่ได้เพราะหายใจลำบาก
- ตัวอ่อนปวกเปียก ซึมมาก ปลุกยาก หรือตอบสนองน้อยลงอย่างชัดเจน
- หยุดหายใจนานเกิน 10 วินาที หรือมีสีผิวเปลี่ยนร่วมด้วย
ไม่ต้องกังวลว่าจะพาไปโรงพยาบาลเร็วเกินเหตุ หากสงสัยว่าลูกมีปัญหาการหายใจ ควรให้แพทย์ประเมินโดยเร็ว โดยเฉพาะเมื่อสีผิวเปลี่ยนหรือเห็นชัดว่าลูกกำลังหอบเหนื่อย
ควรทำอย่างไรเมื่อทารกหายใจเสียงดังเล็กน้อยที่บ้าน
สำหรับเด็กที่ดูแข็งแรงดี มีคัดจมูกเล็กน้อย หรือมีเสียงตามปกติของเด็กแรกเกิด วิธีง่าย ๆ เหล่านี้อาจช่วยให้สบายขึ้น
- อุ้มลูกในท่าตัวตรงช่วงสั้น ๆ หลังให้นม
- หยอดน้ำเกลือที่จมูกเมื่อคัดจมูก แล้วดูดน้ำมูกอย่างเบามือเฉพาะเมื่อจำเป็น
- หากลูกเหนื่อยง่ายระหว่างดูดนม อาจให้กินครั้งละน้อยแต่บ่อยขึ้น
- ดูแลห้องให้อากาศไม่ร้อนอบอ้าว และปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และควันทุกชนิด
- ให้ลูกนอนหงายบนที่นอนเรียบ แข็งพอเหมาะ และปลอดภัยทุกครั้ง
- ไม่หนุนที่นอน ไม่ใช้หมอน หรืออุปกรณ์จัดท่านอน เพราะไม่ปลอดภัยสำหรับการนอนของทารก
หากกำลังสงสัยว่า ควรทำอย่างไรเมื่อทารกหายใจเสียงดัง ให้เชื่อสิ่งที่เห็นร่วมกับสิ่งที่ได้ยิน เด็กที่เสียงดังแต่กินนมได้ โตดี ผิวชมพู และดูผ่อนคลาย อาจเป็นเพียงเด็กที่หายใจมีเสียงมากกว่าคนอื่น แต่เด็กที่เงียบผิดปกติ หายใจเร็ว หน้าอกบุ๋ม หรือไม่ยอมกินนม ต้องได้รับการดูแล
สิ่งที่พ่อแม่ควรจำไว้
เด็กทารกส่งเสียงได้หลากหลายกว่าที่คิด ตั้งแต่เสียงดมฟุดฟิด เสียงอี๊ด สะอึก ไปจนถึงครางตอนหลับ ส่วนใหญ่เกิดจากร่างกายที่ยังเล็ก ทางเดินหายใจแคบ และระบบหายใจที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ การหายใจเป็นพัก ๆ การกรนเบา ๆ ลูกสะอึกบ่อย หรือครางเป็นครั้งคราวขณะหลับมักเป็นเรื่องปกติ
แต่หากมีเสียงหวีดต่อเนื่อง เสียงแหลมตอนหายใจเข้า ไอไม่หาย ไอเสียงเห่า หรือครางทุกลมหายใจ อย่ามองข้าม พ่อแม่ย่อมรู้จักเสียงปกติของลูกตัวเองดีที่สุด หากรู้สึกว่าเสียงเปลี่ยนไป ดังขึ้น หรือเหมือนลูกหายใจลำบาก ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ นั่นไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่คือการดูแลลูกอย่างใส่ใจ
เราในฐานะนักพัฒนาแอป Erby ขอปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจใด ๆ ที่คุณทำโดยอาศัยข้อมูลนี้ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ส่วนบุคคล