สัปดาห์แรกหลังคลอดแทบจำอะไรไม่ค่อยได้ มีแต่ให้นม เปลี่ยนผ้าอ้อม กล่อมร้อง แล้วก็เดาไม่ถูกว่าร้องแบบไหนคือหิว ง่วง หรือไม่สบาย พอเริ่มตั้งหลักได้บ้าง ก็มีคนถามถึงเรื่อง วัคซีนแรกเกิด ขึ้นมา เรื่องใหม่ก็ผุดมาทันที
ถ้าคุณกำลังสงสัยว่า ทารกแรกเกิดต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง ทำไมต้องเริ่มตั้งแต่วันแรก และหลังฉีดอะไรถือว่าปกติ อะไรที่ควรกังวล คุณไม่ได้คิดอยู่คนเดียว มาลองไล่ดูแบบใจเย็น ทีละขั้น
บทความนี้จะเล่าในมุมที่ใช้ได้กับคุณพ่อคุณแม่ในประเทศไทยเป็นหลัก โดยเน้น วัคซีนทารกแรกเกิด และวัคซีนที่มักให้ใน ช่วง 24 ชั่วโมงแรกหรือไม่กี่วันหลังคลอด ได้แก่
พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับ ตารางวัคซีนทารก ในปีแรกของชีวิต ว่าฉีดอะไร เมื่อไร เพื่อป้องกันโรคอะไรบ้าง
ลูกน้อยไม่ใช่เริ่มจากศูนย์เสียทีเดียว ตอนปลายครรภ์ แม่จะส่งผ่านภูมิคุ้มกันบางส่วนผ่านทางรก และหลังคลอดถ้าได้กินนมแม่ ก็จะมีแอนติบอดีและสารต้านเชื้อโรคจากน้ำนมช่วยเสริมอีกระดับหนึ่ง
แต่ภูมิคุ้มกันจากแม่มีข้อจำกัดคือ
โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรก ทารกมีโอกาสป่วยจากการติดเชื้อรุนแรงได้ง่าย เพราะร่างกายยังเล็กและระบบภูมิคุ้มกันเพิ่งเริ่มเรียนรู้ ถ้าเจอเชื้อที่แรงหรือปริมาณมาก อาจทรุดเร็วมาก
วัคซีน เหมือนให้โพยล่วงหน้าให้ภูมิคุ้มกันของลูก เราไม่ได้เอาเชื้อโรครุนแรงมาฉีด แต่เอาเชื้อที่ทำให้อ่อนลงมากๆ หรือชิ้นส่วนของเชื้อมากระตุ้นให้ร่างกายรู้จักและฝึกซ้อมตอบสนองล่วงหน้า พอวันหนึ่งถ้าเจอเชื้อจริง ร่างกายก็พร้อมกว่าเดิมมาก
ทั่วโลกยอมรับตรงกันว่า วัคซีนเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการป้องกันโรคร้าย ความพิการ และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร องค์การอนามัยโลกประเมินว่ามี เด็กหลายล้านคนต่อปี ที่รอดชีวิตเพราะได้รับวัคซีน ซึ่งในบรรจุภัณฑ์ตัวเลขนี้ ก็มีทารกน้อยที่เหมือนลูกของคุณรวมอยู่ด้วย
ในประเทศไทย วัคซีนทารกแรกเกิด เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข และตามแนวทางของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ ทารกส่วนใหญ่จะได้รับวัคซีนสำคัญตั้งแต่ยังอยู่ในโรงพยาบาล ได้แก่
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี (HBV)
วัคซีนบีซีจี (BCG) ป้องกันวัณโรครุนแรง
หลายคนรู้สึกว่า เพิ่งคลอดยังไม่ทันหายมึน ก็ต้องเซ็นยินยอมให้ลูกโดนเข็มแล้ว ฟังดูเร็วไปไหม มาลองแยกดูทีละตัว ว่าทำไมต้องรีบ และควรเตรียมใจเรื่องอะไรบ้าง
ไวรัสตับอักเสบ บี (Hepatitis B) เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของตับ ในผู้ใหญ่อาจมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง เหนื่อย เพลีย ตับอักเสบเฉียบพลัน แต่สิ่งที่น่าห่วงที่สุดในทารกและเด็กเล็กคือการติดเชื้อแบบ เรื้อรัง
หากเด็กได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ตั้งแต่แรกเกิดหรือช่วงขวบปีแรก งานวิจัยพบว่าอาจมีโอกาสสูงถึง ประมาณ 90% ที่จะกลายเป็นผู้ติดเชื้อเรื้อรัง ซึ่งจะค่อยๆ ทำลายตับแบบเงียบๆ ไปเรื่อยๆ และเพิ่มความเสี่ยงต่อ
ที่สำคัญคือ หลายคนที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ไม่รู้ตัว ไม่มีอาการชัดเจน ตรวจเลือดเท่านั้นจึงจะทราบว่าติดเชื้ออยู่
แพทย์และพยาบาลมักพูดถึงคำว่า การติดเชื้อจากแม่สู่ลูก หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า vertical transmission คือเชื้อแพร่จากแม่ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี สู่ลูกในช่วงตั้งครรภ์หรือขณะคลอด
ถ้าแม่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี แล้วลูกไม่ได้รับการป้องกัน ความเสี่ยงที่เด็กจะติดเชื้อและกลายเป็นผู้ติดเชื้อเรื้อรังจะสูงมาก เพราะระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังสู้เชื้อได้ไม่เต็มที่
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ฉีดวัคซีนตับอักเสบบี ทารก เข็มแรกที่เรียกว่า birth dose ต้องให้ภายในเวลาไม่นานหลังคลอด
ในประเทศไทย คุณแม่ทุกคนจะถูกตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ระหว่างฝากครรภ์ ถ้าผลเลือดของแม่เป็น HBsAg บวก (มีเชื้อ) ทีมแพทย์จะวางแผนให้ลูกได้รับการป้องกันเป็นพิเศษ ประกอบด้วย
แม้คุณแม่ไม่มีเชื้อ ประเทศไทยก็ใช้แนวทาง ให้วัคซีนตับอักเสบ บี แก่ทารกทุกคนตั้งแต่แรกเกิด ตามนโยบายสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข เหตุผลสำคัญคือมีคนจำนวนไม่น้อยที่ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว หรือฝากครรภ์ไม่ครบ ไม่มีผลตรวจชัดเจน ให้ทุกรายจึงปลอดภัยสำหรับเด็กมากที่สุด
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี เป็นวัคซีนแบบต้องให้ครบชุด ไม่ใช่ฉีดเข็มเดียวแล้วจบ ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะสมบูรณ์ต้องอาศัยการฉีดหลายเข็มตามช่วงอายุ
ในประเทศไทย ตารางมาตรฐานมักเป็น
ในบางแห่งอาจใช้ร่วมกับ วัคซีนรวม 5 หรือ 6 โรค ซึ่งรวมไวรัสตับอักเสบ บี อยู่ในเข็มเดียวกัน เพื่อลดจำนวนครั้งที่ต้องถูกฉีด
หมอหรือพยาบาลจะบันทึกกำหนดนัดและวันที่ฉีดใน สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (สมุดสีชมพู/สมุดเหลืองของเด็ก) หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ของโรงพยาบาล เพื่อให้ตามเข็มต่อเนื่องได้ครบ หากฉีดขาด หรือเลื่อนนานเกินไป อาจทำให้ภูมิคุ้มกันไม่เต็มที่ โดยเฉพาะในเด็กกลุ่มเสี่ยงที่แม่มีเชื้อ
โดยทั่วไป ฉีดวัคซีนตับอักเสบบี ทารก แล้วมักไม่มีอาการรุนแรง ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและหายเองได้ เช่น
อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำงาน ตอบสนองต่อวัคซีน
วัคซีนชนิดนี้เป็นวัคซีนเชื้อตายหรือเป็นเพียงชิ้นส่วนของเชื้อ จึง ไม่สามารถทำให้เป็นโรคตับอักเสบ บี ได้ และไม่ได้ทำให้ไวรัสตับอักเสบ บีเพิ่มขึ้นในร่างกาย
วัณโรค (Tuberculosis หรือ TB) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium tuberculosis หลายคนอาจคิดว่าเป็นโรคโบราณ แต่ในความจริงแล้ว วัณโรคยังพบในคนไทยอยู่เรื่อยๆ และประเทศไทยจัดเป็นประเทศที่มีวัณโรคค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศ
วัณโรคมักเริ่มที่ปอด มีอาการเช่น
ในทารกและเด็กเล็ก วัณโรคน่ากลัวตรงที่อาจลุกลามออกจากปอดไปอวัยวะอื่นได้ง่าย โดยเฉพาะ 2 ภาวะที่แพทย์กลัวมากคือ
ทั้งสองแบบนี้อาจทำให้เด็กพิการถาวร หรือเสียชีวิตได้ วัคซีนบีซีจีจึงถูกออกแบบมาเพื่อ ลดโอกาสเกิดวัณโรครุนแรงในเด็กเล็ก เป็นหลัก ไม่ได้ป้องกันการเป็นวัณโรคปอดแบบผู้ใหญ่ได้ 100%
ต่างจากบางประเทศที่ฉีดเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ประเทศไทยมีนโยบายให้ วัคซีนบีซีจีแก่ทารกเกือบทุกคน เพราะเรายังมีผู้ป่วยวัณโรคในระดับสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศ
โดยทั่วไป
หากลูกมีโรคประจำตัวบางอย่าง หรือแพทย์สงสัยว่าภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด อาจชะลอหรือหลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีนนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและให้คำแนะนำเป็นรายบุคคล
โอกาสที่เด็กเล็กจะเกิดวัณโรครุนแรง โดยเฉพาะแบบลุกลามไปสมองและทั้งร่างกาย สูงที่สุดในช่วง อายุต่ำกว่า 2 ปี หากเด็กได้รับเชื้อตั้งแต่เล็ก ผลกระทบจะหนักกว่าติดเชื้อตอนโต
การให้ วัคซีนทารกเดือนแรก อย่าง BCG ช่วยให้
วัคซีนบีซีจีนั้นต่างจากหลายวัคซีนตรงที่ ส่วนใหญ่ฉีดเพียงเข็มเดียวตลอดชีวิต ไม่จำเป็นต้องกระตุ้นซ้ำบ่อยๆ
คำถามยอดฮิตคือ แผลเป็น BCG คืออะไร ต้องเป็นแผลถึงจะถือว่าฉีดติดไหม
วัคซีนบีซีจีเป็นวัคซีนเชื้อเป็นที่อ่อนฤทธิ์ลงมากแล้ว ฉีดเข้าใต้ผิวหนังตื้นๆ ที่ต้นแขนด้านซ้าย มักเกิดตุ่มและรอยแผลเป็นตามลำดับ ดังนี้
ไม่กี่วันแรกหลังฉีด
หลายสัปดาห์ถัดมา
ช่วง 6 - 12 สัปดาห์
ลักษณะนี้ถือว่า ปกติ และไม่ได้อันตราย แผลเป็นเล็กๆ นี้มักอยู่กับเราไปตลอดชีวิต และแพทย์มักใช้เป็นหลักฐานหนึ่งว่าเคยได้รับวัคซีนบีซีจีแล้ว
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
ถ้าพบว่าบริเวณแผลมีอาการแดงร้อนมาก เจ็บมาก บวมโตผิดปกติ หรือมีหนองไหลเยอะต่อเนื่อง ควรพาไปพบกุมารแพทย์หรือแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อตรวจดูว่าเป็นปฏิกิริยารุนแรงหรือมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนหรือไม่ โดยส่วนใหญ่แผล BCG จะหายได้เองโดยไม่ต้องทำอะไรพิเศษ
ไม่ว่าจะเป็น วัคซีนแรกเกิด หรือวัคซีนตาม ตารางวัคซีนทารก ในช่วงเดือนต่อๆ มา ทารกมักมีอาการคล้ายๆ กันหลังฉีด ซึ่งเป็นการตอบสนองของร่างกายต่อวัคซีน
อาการที่ถือว่าพบได้และมักหายเอง เช่น
โดยมากอาการเหล่านี้จะดีขึ้นภายใน 1 - 2 วัน
คุณพ่อคุณแม่เป็นคนที่สังเกตความเปลี่ยนแปลงของลูกได้ดีที่สุด ถ้ารู้สึกว่าลูกดูแปลกไปมากกว่าปกติ หรือกังวลใจ ไม่แน่ใจเสมอว่าควรโทรหรือควรไป ก็สามารถโทรสอบถามโรงพยาบาลที่ฝากหรือสถานพยาบาลใกล้บ้านได้
แนวทางคร่าวๆ ที่ควรพาไปพบแพทย์ เช่น
อาการแพ้รุนแรงต่อวัคซีนพบได้น้อยมาก และโรงพยาบาลในไทยมีระบบและอุปกรณ์พร้อมดูแลภาวะฉุกเฉินพวกนี้อยู่แล้วในจุดฉีดวัคซีน
ไม่มีพ่อแม่คนไหนชอบเห็นลูกถูกเข็มหรือร้องไห้จากความเจ็บ แต่มีวิธีเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้ทั้งลูกและเรารับมือช่วงนี้ได้ง่ายขึ้น
วิธีปลอบและดูแลลูกหลังฉีดวัคซีน เช่น
อุ้มสัมผัสผิวต่อผิว (skin-to-skin)
ให้ลูกดูดนม (นมแม่หรือนมชง)
อุ้มโยกเบาๆ เดินช้าๆ
พูดคุยหรือร้องเพลงเบาๆ
ถ้าลูกมีไข้ต่ำๆ หรือดูงอแงมากเป็นพิเศษ แพทย์หรือพยาบาลอาจแนะนำให้ใช้ ยาลดไข้พาราเซตามอลชนิดน้ำเชื่อมสำหรับเด็ก ในขนาดตามน้ำหนักตัวเสมอ ห้ามใช้ยาแบบผู้ใหญ่หรือกะโดสเองเด็ดขาด ควรอ่านฉลากหรือทำตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น
คำถามนี้พบบ่อยมาก ฟังดูน่าเป็นห่วง แต่ถ้ามองจากมุมของวิทยาศาสตร์ภูมิคุ้มกัน จะเห็นว่าร่างกายเด็กเล็กมีศักยภาพมากกว่าที่เราคิด
ตั้งแต่ลืมตาดูโลก ลูกต้องเจอกับ สิ่งกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (antigen) จากสิ่งแวดล้อมตลอดเวลา เช่น เชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง ในจมูก ในลำไส้ ฝุ่นละออง สปอร์รา เชื้อรา โปรตีนจากอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย
เมื่อเทียบกับสิ่งที่ร่างกายเจอทุกวัน จำนวนแอนติเจนในวัคซีนถือว่าน้อยมาก ยิ่งปัจจุบันเทคโนโลยีวัคซีนก้าวหน้าขึ้น ส่วนประกอบที่ต้องใช้กระตุ้นภูมิคุ้มกันยิ่งน้อยลงกว่าสมัยก่อน ทั้งที่จำนวนโรคที่ป้องกันได้มากขึ้น
สำหรับทารกแข็งแรงคลอดครบกำหนด ระบบภูมิคุ้มกันสามารถรับวัคซีนตามเกณฑ์ พร้อมเจอเชื้อโรคจากสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กันได้ โดยไม่ทำให้ร่างกายทำงานหนักเกินไปอย่างที่หลายคนกังวล
ในหนึ่งเข็มของวัคซีนไม่ใช่มีเฉพาะเชื้อหรือชิ้นส่วนของเชื้อเท่านั้น ยังมีส่วนประกอบอื่นเล็กน้อย เพื่อให้เก็บรักษาได้ดีและคงประสิทธิภาพ เช่น
ประเทศไทยมีการควบคุมมาตรฐานวัคซีนโดยหน่วยงานอย่าง องค์การเภสัชกรรม, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), กรมควบคุมโรค รวมทั้งได้รับการรับรองคุณภาพจากองค์การอนามัยโลก ก่อนนำมาใช้จริงในโปรแกรมวัคซีนของเด็ก
ที่สำคัญคือ ปริมาณของสารเหล่านี้ในวัคซีนมักน้อยกว่าที่เด็กจะได้รับจากอาหาร น้ำดื่ม หรือสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติในชีวิตประจำวันเสียอีก
วัคซีนทุกตัวที่อยู่ใน ตารางวัคซีนทารกของไทย ผ่านการทดลองในเด็กหลายพันคนหรือมากกว่านั้น ก่อนอนุมัติให้ใช้จริง และยังมีระบบเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์หลังวัคซีนอย่างต่อเนื่อง
บางครอบครัวรู้สึกว่าอยาก «รอดูไปก่อน» หรือเลื่อนวัคซีนไปตอนลูกโตกว่านี้ เหมือนเป็นทางสายกลาง แต่ในความเป็นจริง การเลื่อนวัคซีนออกไปทำให้ลูก ไม่มีเกราะป้องกันในช่วงวัยที่เสี่ยงที่สุด โดยเฉพาะโรคที่อันตรายในเด็กเล็ก
ตัวอย่างเช่น
ตารางวัคซีนที่ปรับเองแบบเว้นช่วงนานๆ หรือทยอยฉีดทีละเข็มโดยไม่มีหลักฐานรองรับ ไม่มีข้อดีทางการแพทย์ที่ชัดเจน และไม่แนะนำโดยองค์กรวิชาชีพด้านกุมารเวชศาสตร์ทั่วโลก เพราะเพียงแค่ทำให้ช่วงที่เด็กไม่มีภูมิคุ้มกันยาวนานขึ้นเท่านั้น
ถ้ารู้สึกไม่สบายใจกับวัคซีนตัวใด อย่าเก็บไว้กังวลคนเดียว ลองคุยเปิดใจกับกุมารแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อธิบายว่ากลัวอะไร กังวลเรื่องไหน เขาจะช่วยไล่ตอบทีละข้อโดยยึดข้อมูลของลูกคุณเป็นหลัก
วัคซีนทารกแรกเกิด เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนการสร้างภูมิคุ้มกันในปีแรกของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงวัยที่สำคัญมาก
ตัวอย่าง ตารางวัคซีนทารก ที่ใช้ในประเทศไทย (อาจมีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละโรงพยาบาลเอกชนหรือในกรณีใช้วัคซีนเสริม) เช่น
แรกเกิด
อายุ 2 เดือน
อายุ 4 เดือน
อายุ 6 เดือน
อายุ 9 - 12 เดือน
วัคซีนบางชนิด เช่น ป้องกันโรต้าไวรัส ป้องกันปอดอักเสบ (นิวโมคอคคัส) หรือป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเมนิงโกคคัส อาจเป็นวัคซีนเสริมที่ต้องจ่ายเงินเองและอาจไม่ได้อยู่ในสิทธิ์ของทุกกองทุน แต่หลายโรงพยาบาลจะแนะนำให้พิจารณา โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่เสี่ยงสูง
สมุดสุขภาพแม่และเด็กของลูก จะมีหน้าสำหรับบันทึกตารางวัคซีนอย่างละเอียด พร้อมวันที่รับและกำหนดนัดเข็มถัดไป หากสงสัยหรือนัดหล่น สามารถใช้สมุดเล่มนี้หรือแอปของโรงพยาบาลตรวจสอบย้อนหลังได้เสมอ
การตัดสินใจเรื่อง ฉีดวัคซีนทารกแรกเกิด เป็นเรื่องใหญ่ในใจพ่อแม่ทุกคน เพราะมันเหมือนต้องยอมให้ลูกเจ็บตัวตอนนี้ เพื่อป้องกันโรคที่เราอาจไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ และอาจไม่มีวันรู้เลยว่าวัคซีนช่วยอะไรไว้บ้าง
แต่นั่นแหละคือธรรมชาติของการป้องกันโรค ถ้าวัคซีนทำงานได้ดี สิ่งที่เกิดขึ้นคือ…ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วัคซีนแรกเกิด ไม่ว่าจะเป็น วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี, วัคซีนบีซีจี, หรือวัคซีนใน ตารางวัคซีนทารก ช่วงปีแรก ไม่ได้มีไว้แค่ติ๊กถูกในสมุดสมานฉันท์ แต่มันคือการเพิ่มโอกาสให้ลูกได้โตขึ้นอย่างแข็งแรง ลดความเสี่ยงจากโรคร้ายที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับเด็กคนไหน
ถามคำถามได้เสมอ ขอเวลาคิดและทำความเข้าใจได้เต็มที่ และเมื่อคุณเลือกให้ลูกได้รับวัคซีน คุณกำลังใช้หนึ่งในวิธีที่มีหลักฐานชัดที่สุดในการปกป้องลูกในช่วงชีวิตที่เขาบอบบางที่สุดช่วงหนึ่งเลยทีเดียว