ให้นมแม่ในชั่วโมงทองถึงสัปดาห์แรก: ผิวต่อผิว, ท่าและเทคนิคล็อคการดูดให้สบายทั้งแม่และลูก

แม่ให้นมทารกผิวต่อผิว, ท่าและการล็อคเต้า

วันแรกๆ กับลูกน้อยอาจเหมือนภาพซ้อนของเสียงจุ๊บจิ๊บ การกอดแนบอก และคำถามมากมาย หนึ่งในคำถามใหญ่คือ จะให้นมแม่อย่างไรให้สบายตัวและได้ผลดีทั้งแม่ทั้งลูก ข่าวดีคือ ร่างกายแม่และลูกถูกออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้อยู่แล้ว แค่ลงมือทำไม่กี่อย่างในชั่วโมงแรกๆ ก็วางรากฐานให้การให้นมแม่สงบขึ้น ท่าให้นมสบาย ไม่เจ็บหัวนมเวลาให้นม และมั่นใจได้ว่าลูกได้รับน้ำนมแม่พอเพียง

ทำไมชั่วโมงและวันแรกๆ จึงสำคัญ

หลายที่เรียกชั่วโมงแรกหลังคลอดว่า “ชั่วโมงทอง” ไม่ใช่คำโฆษณา การอุ้มลูกสัมผัสผิวแม่ลูกหลังคลอดแบบผิวต่อผิวบนอกเปลือยของแม่ทันทีที่คลอดให้ประโยชน์มาก

  • ช่วยให้ลูกคงอุณหภูมิ ชีพจร และระดับน้ำตาลในเลือดคงที่
  • กระตุ้นออกซิโทซินของแม่ ช่วยให้มดลูกหดตัวและให้น้ำนมไหล
  • ปลุกรีเฟลกซ์การกินนมตามธรรมชาติของทารก เช่น การหาเต้าและเลีย

ถ้าสถานการณ์เอื้อ ควรทำผิวต่อผิวอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ชั่วโมงแรก โรงพยาบาลไทยจำนวนมากสนับสนุนแนวทางนี้ และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้เริ่มให้นมแม่เร็วและบ่อยตั้งแต่ช่วงแรกเกิด หลังจากชั่วโมงนั้นแล้ว ทำผิวต่อผิวบ่อยๆ ทั้งในโรงพยาบาลและที่บ้าน จะช่วยให้ลูกสงบ และช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่ให้มาไวและมาเสมอ

การเริ่มให้นมหลังคลอดเร็วสัมพันธ์กับการให้นมแม่ที่ราบรื่นในช่วงแรกและระยะยาว หากทำได้ ให้ลูกลองดูดภายใน 1 ชั่วโมงแรก ไม่ต้องกังวลถ้าดูยุ่งเหยิงหรือแป๊บเดียว แม่กำลังเรียนรู้ ลูกก็กำลังเรียนรู้

วิธีให้ลูกล็อคการดูดที่สบายและมีประสิทธิภาพ

การล็อคการดูดที่ดีคือหัวใจของ วิธีให้นมลูก ให้สบาย ช่วยปกป้องหัวนม ช่วยให้ลูกดูดโอนน้ำนมได้ดี และส่งสัญญาณให้ร่างกายผลิตน้ำนมแม่ต่อเนื่อง

หลักการจัดท่าให้นมพื้นฐาน

  • วางตัวลูกให้ท้องชนท้องแม่ จัดแนว “จมูกตรงหัวนม คางแตะเต้า”
  • ขยับลูกเข้ามาหาอกแม่ ไม่ก้มหลังเอาตัวเข้าไปหาลูก จัดหมอนรองหลังและใช้ที่วางเท้าหากต้องการ
  • ประคองที่คอและไหล่ลูก ไม่กดที่หลังศีรษะ เพื่อให้ลูกเชิดคออ้าปากกว้างได้
  • ท่าให้นม ที่ลองใช้ได้ในสัปดาห์แรก
    • ครอสเคเดิล ควบคุมทิศและช่วยประคองได้ดี
    • ท่าหนีบรักแร้ เหมาะหลังผ่าคลอดหรืออยากเห็นมุมปากลูกชัดๆ
    • ท่านอนตะแคง พักผ่อนได้ดี โดยยึดหลักความปลอดภัยเรื่องที่นอนของทารก

เทคนิคการล็อคแบบอสมมาตร

วิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้ลูกอมเต้าลึกด้านล่างมากขึ้น คางแนบเต้าเพื่อดูดโอนได้ลึก

  1. ใช้หัวนมเขี่ยริมฝีปากบนให้ลูกอยากอ้าปากกว้างเหมือนหาว
  2. เล็งหัวนมไปที่ริมฝีปากบนหรือปลายจมูก ไม่แทงตรงเข้าปาก
  3. เมื่ออ้าปากกว้างมาก ให้ดึงลูกเข้าหาเต้าอย่างรวดเร็ว ให้คางและริมฝีปากล่างแตะก่อน
  4. คางลูกควรกดแนบเต้า จมูกโปร่งหรือแตะเบาๆ เห็นลานนมเหนือปากบนมากกว่าด้านล่าง

ถ้าต้องช่วยประคองเต้า ใช้มือทรง “C” นิ้วโป้งอยู่ด้านบน นิ้วที่เหลือรองด้านล่าง จับห่างจากลานนม ไม่หนีบใกล้ปากลูก

ล็อคดีๆ ควรหน้าตาและความรู้สึกเป็นอย่างไร

  • ปากอ้ากว้าง ริมฝีปากบานออก ไม่ม้วนเข้า
  • คางฝังในเต้า จมูกโล่งหรือแตะเบาๆ
  • แก้มกลม ไม่บุ๋ม
  • แม่รู้สึกตึงดึงเป็นจังหวะ ไม่เจ็บแปล๊บ ช่วงแรกอาจตึงๆ 20 ถึง 30 วินาทีถือว่าเจอได้ แต่ถ้าปวดตลอด ควรปรับใหม่
  • ได้ยินหรือเห็นการกลืนนม โดยเฉพาะหลังน้ำนมไหลรินครั้งแรก เสียงคล้าย “คะห์” หรือเห็นขากรรไกรหยุดเป็นจังหวะหลังดูด 1 ถึง 3 ครั้ง
  • หลังดูด เสาหัวนมควรกลมไม่บี้แบนหรือเป็นรอยพับ

ถ้าเจ็บ ให้สอดนิ้วที่สะอาดเข้ามุมปากลูกเพื่อตัดลม แล้วเริ่มใหม่ รีแลตช์แบบใจเย็นสัก 1 ถึง 2 ครั้งในช่วงแรก ลดโอกาสหัวนมเจ็บไปได้เป็นสัปดาห์ ถ้าล็อคยาก เรียกขอความช่วยเหลือทันที หลายโรงพยาบาลมี “คลินิกนมแม่” หรือผู้เชี่ยวชาญการให้นมบุตร IBCLC ให้คำปรึกษาได้

ให้นมบ่อยแค่ไหนในสัปดาห์แรก

สั้นๆ คือ บ่อย ให้ลูกดูดตามต้องการ ไม่ต้องยึดนาฬิกา มองสัญญาณหิวระยะแรกของลูกแทน เช่น หันหาเต้า เลียริมฝีปาก เอามือเข้าปาก ขยับตัวตื่น นี่คือไฟเขียวให้เสนอเต้า

สัปดาห์แรก ส่วนใหญ่ลูกจะดูด 8 ถึง 12 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง บางคนมากกว่านั้นก็ยังปกติ เคล็ดลับทำตารางยืดหยุ่นสำหรับทารกแรกเกิด

  • วันที่ 1 มักง่วง สลับช่วงตื่นดูดไม่กี่ครั้ง วันที่ 2 มักมีช่วงดูดถี่ๆ โดยเฉพาะตอนเย็น อาจรู้สึกว่าเกือบตลอดเวลา นี่คือวิธีที่ลูกสั่งการให้ร่างกายผลิตนมเพิ่ม
  • ถ้าลูกง่วงมาก ควรปลุกให้ดูดอย่างน้อยทุก 3 ชั่วโมงกลางวัน และทุก 4 ชั่วโมงกลางคืน จนกว่าจะกลับมาน้ำหนักเท่าแรกเกิด กุมารแพทย์จะให้คำแนะนำตามอาการ
  • ให้ลูกดูดจนหมดข้างแรกก่อน แล้วค่อยเสนอข้างที่สอง บางคนเอาทั้งสองข้าง บางคนพอข้างเดียว ได้ทั้งคู่
  • ระยะเวลาการดูดต่างกันได้ บางคนดูดแรง 10 นาทีอิ่ม บางคนปกติที่ 30 ถึง 40 นาที

ถ้านาฬิกาบอกอย่างหนึ่ง แต่ลูกบอกอีกอย่าง ให้เชื่อลูก การดูดบ่อยและมีประสิทธิภาพในช่วงแรกๆ ช่วยสร้างปริมาณน้ำนมแม่และทำให้ลูกอิ่มสบาย

น้ำนมแรกคลอด โคลอสตรัม ปริมาณน้อยแต่พลังสูง

น้ำนมแรกคลอด หรือ โคลอสตรัม เนื้อข้นสีทอง เริ่มสร้างตั้งแต่ปลายครรภ์และช่วงวันแรกหลังคลอด จึงถูกเรียกว่า “ทองเหลว” อุดมไปด้วยแอนติบอดีและปัจจัยภูมิคุ้มกัน เช่น sIgA และแลคโตเฟอร์ริน รวมทั้งน้ำตาลเชิงซ้อนที่เคลือบลำไส้

ความหมายสำหรับแม่คือ

  • กระเพาะลูกวันแรกเล็กเท่าผลเชอร์รี ต้องการเพียง 5 ถึง 7 มิลลิลิตรต่อมื้อ ประมาณ 1 ถึง 2 ช้อนชา
  • โคลอสตรัมทำหน้าที่เหมือนวัคซีนธรรมชาติ เคลือบลำไส้ ป้องกันเชื้อโรค
  • มีฤทธิ์ช่วยระบายอ่อนๆ ช่วยขับขี้เทา ลดโอกาสตัวเหลือง
  • การให้ลูกดูดโคลอสตรัมบ่อยๆ จะส่งสัญญาณให้ร่างกายเปลี่ยนเป็นน้ำนมแม่ระยะถัดไปในวันที่ 3 ถึง 5

ดังนั้น หากลองบีบมือวันแรกแล้วเห็นเป็นหยด อย่าเพิ่งตกใจ หยดนั้นตรงกับที่ลูกแรกเกิดต้องการ เสนอเต้าบ่อยๆ และทำผิวต่อผิวช่วยได้มาก

สัญญาณชัดๆ ว่าลูกได้รับนมเพียงพอ

ไม่ต้องเดา มีสัญญาณที่เชื่อถือได้โดยไม่ต้องชั่งเป็นออนซ์

  • ได้ยินและเห็นการกลืนนมระหว่างดูดเมื่อน้ำนมมาแล้ว
  • หลังดูดส่วนใหญ่ลูกดูผ่อนคลาย และมักปล่อยเต้าเอง
  • มือจากกำแน่น คลายเป็นแบหรือหลับพริ้มหลังดูดอิ่ม
  • เต้าอ่อนนุ่มลงหลังให้นม

นับผ้าอ้อมคือตัวชี้วัดง่ายที่สุด แนวทางจำนวนผ้าอ้อมเปียกของทารกแรกเกิดโดยประมาณ

  • วันที่ 1 อย่างน้อย 1 ผ้าอ้อมเปียก และอุจจาระสีดำขี้เทา 1 ครั้ง
  • วันที่ 2 อย่างน้อย 2 เปียก และอุจจาระสีเข้ม 2 ครั้ง
  • วันที่ 3 อย่างน้อย 3 เปียก และอุจจาระ 2 ถึง 3 ครั้ง สีเริ่มเขียว
  • วันที่ 4 ถึง 5 ต่อไป อย่างน้อย 6 ผ้าอ้อมเปียกหนัก สีใสหรือซีดภายใน 24 ชั่วโมง และอุจจาระสีเหลืองเมล็ดๆ 3 ถึง 4 ครั้งขึ้นไป

เรื่องน้ำหนักก็สำคัญ เด็กส่วนใหญ่จะน้ำหนักลดเล็กน้อยหลังคลอด ประมาณไม่เกิน 7 เปอร์เซ็นต์ ถ้ามากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ควรพาไปพบกุมารแพทย์โดยเร็ว ส่วนใหญ่จะกลับมาน้ำหนักแรกเกิดภายใน 10 ถึง 14 วัน

ถ้าไม่แน่ใจว่าลูกกลืนจริงไหม หรือกังวลเรื่องผ้าอ้อม ให้ติดต่อกุมารแพทย์ และถ้าเป็นไปได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ IBCLC ยิ่งได้ช่วยเร็ว ปัญหายิ่งกลับมาดีได้ไว

ปัญหายอดฮิตช่วงแรก และวิธีช่วย

หัวนมเจ็บ

ความตึงระบมเล็กน้อยสัปดาห์แรก โดยเฉพาะตอนเริ่มอมหัวนม พบได้บ่อย แต่ความเจ็บคมๆ หรือเจ็บเรื้อรังไม่ใช่สิ่งที่ต้องทน มักบอกว่าล็อคยังไม่ลึกพอ

ลองทำดังนี้

  • จัดท่าใหม่เพื่อให้ล็อคลึกและอสมมาตร เล็งหัวนมไปที่จมูก รออ้าปากกว้าง แล้วพาลูกเข้าเต้าด้วยคางนำ
  • เช็กว่าตัวลูกแนบชิดทั้งลำตัว ไม่ใช่แค่ศีรษะ
  • หากริมฝีปากล่างม้วนเข้า ช่วยคลี่ออก
  • ถ้ายังเจ็บเกิน 30 วินาทีแรก ให้ตัดลมแล้วรีแลตช์ใหม่
  • ปล่อยให้หัวนมแห้งอากาศหลังให้นม บีบน้ำนมแม่สักหยดทาไว้แล้วปล่อยให้แห้ง หรือทาลาโนลินชนิดใช้ทางการแพทย์บางๆ หากชอบ
  • ถ้าหัวนมแบนเป็นเสี้ยว ปริแตก หรือมีรอยบี้หลังให้นม ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยปรับการล็อค

หากเจ็บแสบแหลมตลอด แสบร้อนคาบท้อง หรือผิวเงาวาวลอก อาจมีเชื้อราในเต้าหรือปากลูก เห็นคราบขาวในปากลูกบ่งชี้เชื้อรา ควรรักษาทั้งแม่และลูก ปรึกษาแพทย์

คัดตึงเต้านม

ช่วงวันที่ 3 ถึง 5 น้ำนมมาเป็นปริมาณมาก เต้าอาจตึง อุ่น แข็ง จนลานนมแบนทำให้ลูกอมหัวนมยาก

สิ่งที่ช่วยได้

  • ให้ลูกดูดบ่อย ไม่ข้ามมื้อกลางคืนในช่วงแรก
  • ประคบร้อนอุ่นและนวดเบาๆ ก่อนให้นมช่วยกระตุ้นการไหล จากนั้นประคบเย็น 10 ถึง 15 นาทีหลังให้นมเพื่อลดบวม
  • ใช้วิธีกดย้อนรอบลานนมอย่างนุ่มมือ ประมาณ 60 วินาที เพื่อดันบวมกลับเข้า ช่วยให้ลานนมนุ่ม ลูกล็อคได้
  • ถ้าลูกยังล็อคไม่ได้ บีบนมหรือปั๊มออกเล็กน้อยพอนุ่ม แล้วลองใหม่ หลีกเลี่ยงการปั๊มมากเกินจำเป็น เพราะยิ่งกระตุ้นบวม
  • ยาแก้ปวดชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์เช่นไอบูโพรเฟน อาจช่วยได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

ได้ยินเสียงคลิก ปากไถหลุดจากเต้า หรือมีน้ำนมไหลเลอะจากมุมปากมาก อาจบอกว่าล็อคตื้น หรือมีภาวะลิ้นติด ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินถ้าเกิดซ้ำๆ

เมื่อไหร่ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญการให้นม

บางครั้งทำ “ถูกทุกอย่าง” แต่ยังรู้สึกไม่ลงตัว นั่นแหละเวลาของ IBCLC หรือคลินิกนมแม่ ควรขอช่วยถ้าพบว่า

  • ล็อคไม่ได้เลย หรือเจ็บเต้าตลอดมื้อ
  • ลูกดูดนมน้อยกว่า 8 ครั้งต่อ 24 ชั่วโมง หรือหงุดหงิดกับเต้าส่วนใหญ่ของวัน
  • ผ้าอ้อมเปียกน้อยกว่าที่แนะนำ ปัสสาวะสีเข้มหลังวันที่ 3 หรืออุจจาระน้อยมากหลังวันที่ 4
  • น้ำหนักลดเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ หรือไม่กลับมาถึงน้ำหนักแรกเกิดภายใน 2 สัปดาห์
  • หัวนมฉีก เลือดออก หรือหัวนมแบนพับหลังมื้อ
  • ลูกง่วงมาก เหลืองจัด ปลุกยากเวลากิน
  • ได้ยินเสียงคลิก เห็นแก้มบุ๋มบ่อย หรือสงสัยภาวะลิ้นติด
  • มีประวัติผ่าตัดเต้านม ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ปัญหาไทรอยด์ หรือเคยมีน้ำนมน้อยมาก่อน
  • มีลูกแฝด หรือลูกคลอดก่อนกำหนดเล็กน้อย ต้องการตารางให้นมที่ยืดหยุ่นแต่ยังเคารพการให้นมตามต้องการ

หา IBCLC หรือผู้เชี่ยวชาญได้จากคลินิกนมแม่ของโรงพยาบาลรัฐและเอกชน กุมารเวชคลินิก มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย และเครือข่ายอาสาให้นมแม่ในชุมชน หลายแห่งมีบริการเยี่ยมบ้านหรือให้คำปรึกษาทางไกล

เคล็ดลับให้นมแม่เชิงปฏิบัติในสัปดาห์แรก

  • ให้ลูกอยู่ใกล้ ห้องเดียวกับแม่ ทั้งในโรงพยาบาลและที่บ้าน จะได้เห็นสัญญาณหิวระยะแรกทันที
  • ทำผิวต่อผิวบ่อยๆ ไม่ใช่แค่หลังคลอด หากลูกงอแง หรือรู้สึกว่าน้ำนมมาน้อย ให้ทำทันที
  • ชะลอจุกนมหลอกและขวดนมจนกว่าการให้นมแม่จะคล่อง โดยมากราว 3 ถึง 4 สัปดาห์ ยกเว้นกุมารแพทย์แนะนำ หากต้องเสริมนม ใช้น้ำนมแม่ที่บีบเก็บก่อน และพิจารณาแก้ว ช้อน กระบอกฉีดยา หรือการป้อนขวดแบบ paced เพื่อปกป้องการล็อค
  • ดื่มน้ำให้พอ กินตามความหิว ไม่ต้องควบคุมอาหารพิเศษ วางขวดน้ำไว้ตรงจุดที่ให้นมเสมอ
  • พักเมื่อทำได้ ท่านอนตะแคงช่วยลดแรงกดจุดเจ็บ และหลังให้นมเสร็จสามารถงีบได้อย่างปลอดภัยเมื่อวางลูกในพื้นที่นอนของเขาเอง
  • ชวนคู่หรือครอบครัวช่วยทุกอย่างที่ไม่ใช่การให้ลูกดูด เช่น เปลี่ยนผ้าอ้อม อุ้มเรอ เสิร์ฟของว่าง เติมน้ำ ช่วยห่อตัวกลางดึก ทีมเวิร์กสำคัญมาก

ถ้าชอบเช็กลิสต์ ตั้งเป้าง่ายๆ รายวันในสัปดาห์แรก ให้ลูกดูด 8 ถึง 12 ครั้ง ทำผิวต่อผิวเยอะๆ จดผ้าอ้อม ขอความช่วยเหลือเร็ว แค่นี้พอ

สร้างความมั่นใจให้ตัวเองสักนิด

พ่อแม่ทุกคนมีช่วงลังเลใจ อาจสงสัยว่าโคลอสตรัมพอไหม ทำไมลูกอยากแนบอกทั้งวัน หรือช่วงดูดถี่ตอนเย็นจะจบเมื่อไหร่ เดี๋ยวมันจะนิ่งขึ้น น้ำนมแม่จะเพิ่ม ปริมาณไหลดีขึ้น ลูกจะดูดเก่งขึ้น และแม่จะอ่าน สัญญาณทารกได้รับนมเพียงพอ ได้แบบอัตโนมัติ

ถ้าอยากอ่านต่อ ลองดูแนวทางการให้นมแม่ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เอกสารวิชาการของสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และคู่มือคลินิกนมแม่ของมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย สำหรับกำลังใจและชุมชน ลองเข้ากลุ่มแม่ให้นมในโรงพยาบาลหรือกลุ่มชุมชน จะได้เคล็ดลับจริงจากแม่ด้วยกัน

แม่กับลูกกำลังเรียน “ระบำใหม่” แค่ผลักเบาๆ ในวันแรก เช่น ผิวต่อผิว เริ่มให้นมเมื่อไหร่ ให้เร็วและบ่อย และล็อคให้ลึก ขั้นตอนจะเริ่มไหลลื่นเอง แม่ทำได้แน่นอน ถ้าต้องการมือช่วย เรียกได้เลย เพราะนี่คือพลังของชุมชนดูแลแม่และลูกน้อย


เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ควรใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ กุมารแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอื่น ๆ หากคุณมีคำถามหรือข้อกังวลใด ๆ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
เราในฐานะนักพัฒนาแอป Erby ขอปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจใด ๆ ที่คุณทำโดยอาศัยข้อมูลนี้ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ส่วนบุคคล

บทความเหล่านี้อาจน่าสนใจสำหรับคุณ

คุณแม่ชอบแอป Erby ลองเลย!