การให้นมลูกน้อยฟังดูเหมือนเรื่องง่าย แต่พอเดินไปยืนหน้าชั้นขวดนม จุกนม ที่มีทั้งขวดนมคอกว้าง ขวดนมแก้ว พลาสติก ขวดนมลดโคลิค อัตราการไหลของจุกนมสารพัดแบบ หลายคนก็เริ่มไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี
ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่างบนชั้น แค่มีขวดนมและจุกนมที่เหมาะกับลูก และเข้ากับไลฟ์สไตล์ของบ้านเราก็พอ
คู่มือนี้จะชวนคุยเรื่องวิธีเลือกขวดนมและจุกนมแบบง่าย อ่านแล้วเปรียบเทียบได้เอง ไม่เน้นยี่ห้อ ไม่เน้นกิมมิก
1. ประเภทขวดนมทารก: ทรงไหนเหมาะกับเรา
ขวดนมทารกหลัก ๆ แบ่งเป็นไม่กี่แบบ รูปทรงมีผลทั้งการจับถือตอนป้อน การอมจุกนมของลูก และปริมาณอากาศที่ลูกกลืนเข้าไป
ขวดนมทรงมาตรฐาน (คอแคบ)
แบบคลาสสิกที่เห็นกันทั่วไปตามห้างและร้านขายยา
ข้อดี:
- ราคาย่อมเยา หาง่าย
- มีขายแทบทุกซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา ร้านอุปกรณ์เด็ก
- ใส่ได้กับเครื่องนึ่งขวดนม อุ่นนม และช่องขวดนมในกระเป๋าผ้าอ้อมส่วนใหญ่
- มีจุกนมหลายยี่ห้อที่ใช้ด้วยกันได้
ข้อเสีย:
- อาจไม่เหมาะกับเด็กที่มีปัญหาลมในท้องหรือโคลิคมาก ๆ
- คอขวดแคบ ล้างด้วยฟองน้ำธรรมดาอาจลำบาก ต้องใช้แปรงล้างขวดช่วย
ถ้าอยากเริ่มแบบง่าย ๆ ประหยัด และยังไม่รู้ว่าขวดนมแบบไหนดี ขวดทรงมาตรฐานถือเป็นตัวเลือกเริ่มต้นที่ใช้กับทารกแรกเกิดได้ดี
ขวดนมคอกว้าง
ขวดนมคอกว้างจะมีปากขวดใหญ่ จุกนมมักจะกว้างและทรงคล้ายเต้านมแม่มากขึ้น
ข้อดี:
- ล้างง่าย นมไม่ค่อยไปค้างตามมุมขวด
- จุกนมทรงกว้างคล้ายเต้านม ช่วยให้เด็กที่กินนมแม่อยู่ปรับตัวได้ง่ายขึ้น
- มักถูกแนะนำเป็นขวดนมสำหรับทารกแรกเกิดที่ต้องกินสลับเต้า-ขวด
ข้อเสีย:
- ใช้พื้นที่ในเครื่องนึ่งและกระเป๋าผ้าอ้อมมากกว่าขวดคอแคบ
- บางรุ่นอาจใส่เครื่องอุ่นนมบางแบบไม่พอดีนัก
ถ้าบ้านไหนให้นมแม่เป็นหลัก และกำลังมองหาจุกนมทรงธรรมชาติสำหรับเด็กกินสลับเต้า ขวดนมคอกว้างเป็นแบบที่ควรลองดูก่อน
ขวดนมเอียง
ขวดนมเอียงจะงอเล็กน้อยบริเวณกลางขวด ทำให้จุกนมเอียงตาม
ข้อดี:
- ออกแบบให้จุกนมเต็มไปด้วยนม แม้ตอนลูกไม่ได้อยู่ท่าตั้งตรงมาก
- ช่วยลดปริมาณอากาศที่ลูกกลืนเข้าไปได้ระดับหนึ่ง
- บางคนชอบจับ เพราะป้อนลูกในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนได้ถนัด
ข้อเสีย:
- ส่วนที่โค้งงอต้องใช้แปรงล้างขวดล้างให้ทั่วถึง
- เครื่องนึ่งหรือเครื่องอุ่นบางรุ่นจัดวางได้ไม่เป๊ะ
- รูปทรงกินที่ในกระเป๋าผ้าอ้อมมากกว่าทรงตรง
ถ้าลูกชอบดูดเร็ว กลืนลมเยอะ หรือมีอาการแน่นท้องบ่อย ขวดนมเอียงเป็นอีกตัวเลือกที่ช่วยได้บ้างเวลามองหาขวดนมลดโคลิค
ขวดนมลดโคลิคที่มีระบบระบายอากาศ
ขวดนมลดโคลิคจะมีชิ้นส่วนสำหรับระบายอากาศออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อลดฟองอากาศในนม
รูปแบบที่เจอบ่อย เช่น
- ท่อหรือหลอดอยู่กลางขวด
- ฐานขวดมีช่องระบายอากาศเข้าออก
- จุกนมมีช่องระบายรอบ ๆ ขอบ
หลักการทำงานของขวดนมลดโคลิค
แนวคิดคือ ตอนลูกดูดนม อากาศเข้าขวดทางช่องระบาย ไม่ดูดผ่านปลายจุกนม ทำให้ฟองอากาศเข้าไปในท้องลูกน้อยลง แต่อยู่ในขวดมากขึ้น
หลายบ้านมักสังเกตว่า
- ลูกเรอบ่อยขึ้นแต่สบายตัวขึ้น
- งอแง ยอมนอนมากขึ้นระหว่างและหลังมื้อนม
- บางรายช่วงร้องกวนแบบโคลิคลดลง
ขวดนมลดโคลิคช่วยได้จริงกับเด็กบางคน แต่ต้องแลกกับ
- ชิ้นส่วนเยอะขึ้น ต้องล้างและเก็บให้ครบ
- ต้องประกอบให้ถูกทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นอาจรั่วซึม
ถ้ากำลังมองหาขวดนมลดโคลิค แนะนำให้ลองซื้ออย่างละ 1-2 ขวดก่อน ดูว่าระบบระบายอากาศแบบไหนช่วยลูกเราได้จริงค่อยซื้อเพิ่ม
2. ขวดนมแก้วหรือพลาสติก แบบไหนดีกว่ากัน
ทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ไม่มีคำตอบตายตัวว่าขวดนมแบบไหนดีที่สุด มีแต่แบบที่เหมาะกับบ้านเรามากกว่า
ขวดนมแก้ว
ข้อดี:
- ทนต่อรอยขีดข่วน ขวดไม่หมองง่าย
- ไม่ดูดซึมกลิ่นหรือสีจากนมหรือผงชง
- ทนความร้อนสูง ล้างหรือนึ่งได้สบาย
- ไม่ต้องกังวลเรื่องสารเคมีจากพลาสติก
ข้อเสีย:
- น้ำหนักมาก ทั้งตอนถือป้อนและพกใส่กระเป๋า
- มีโอกาสแตกถ้าตกพื้นแรง ๆ แม้ส่วนใหญ่จะมีปลอกซิลิโคนช่วยป้องกัน
- ราคาสูงกว่าพลาสติกต่อขวด
ขวดนมแก้วเหมาะกับบ้านที่เน้นความคงทน ใช้นาน และไม่ติดเรื่องน้ำหนักมากนัก
ขวดนมพลาสติก
ถ้าเลือกพลาสติก ควรเลือก ขวดนมปลอด BPA เสมอ ในไทยส่วนใหญ่เป็นแบบปลอด BPA อยู่แล้ว แต่ควรดูฉลากให้ชัดเจนว่าพิมพ์คำว่า "BPA free" หรือ "ปลอดสาร BPA"
ข้อดี:
- น้ำหนักเบา เด็กโตพอจะจับเองได้ง่าย
- ตกแล้วแตกยากกว่าแก้ว
- ราคาย่อมเยาและหาซื้อสะดวกมาก
- มีหลายรูปทรง สีสัน และขนาดให้เลือก
ข้อเสีย:
- ใช้ไปนาน ๆ อาจมีรอยขีดข่วน ขุ่น หรือหมอง
- ควรเปลี่ยนตามสภาพ ถ้าเริ่มเหลือง แตก ร้าว หรือผิวด้านมาก
หลายบ้านในไทยมักใช้วิธีผสมผสาน ใช้ขวดนมปลอด BPA แบบพลาสติกสำหรับใช้งานประจำวัน และอาจมีขวดแก้วติดบ้านไว้ 1-2 ขวด สำหรับอุ่นนมแม่หรือนมที่คนอื่นช่วยป้อนในบ้าน
3. จุกนม: ทรงไหนเหมาะกับลูกแบบไหน
จุกนมมีผลทั้งการอม การออกแรงดูด และการสลับเต้ากับขวดของลูก
จุกนมทรงกลมแบบดั้งเดิม
ทรงโดมกลม ๆ ที่คุ้นตา
ข้อดี:
- โครงสร้างเรียบง่าย ราคาย่อมเยา
- หาซื้อได้แทบทุกห้างและร้านขายยา
- ใช้ได้กับขวดหลายยี่ห้อและหลายทรง
เหมาะสำหรับ:
- เด็กที่กินขวดเป็นหลักตั้งแต่เล็ก
- บ้านที่ต้องการตัวเลือกไม่ซับซ้อน ราคาประหยัด
จุกนมทรงธรรมชาติสำหรับเด็กกินนมแม่
ฐานกว้าง ปลายจุกสั้นและใหญ่ขึ้นเล็กน้อย พยายามเลียนแบบรูปทรงเต้านมในปากลูก
ข้อดี:
- เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเด็กที่กินนมแม่ และต้องสลับเต้า-ขวด
- ฐานกว้างช่วยให้ลูกอ้าปากอมลึก คล้ายตอนดูดเต้า
- อาจช่วยลดความสับสนระหว่างหัวนมแม่กับจุกนมสำหรับเด็กบางคน
ข้อที่ควรระวัง:
- เด็กที่ปากเล็กมาก บางคนอาจอมฐานกว้าง ๆ ได้ไม่ถนัด
- ราคามักสูงกว่าจุกทรงมาตรฐาน
ถ้าคุณแม่ตั้งใจจะให้นมแม่ต่อเนื่อง แนะนำเริ่มจากจุกนมทรงธรรมชาติแบบฐานกว้าง แล้วสังเกตการอมของลูกอย่างใกล้ชิด
4. อัตราการไหลของจุกนม: ช้า กลาง เร็ว
เวลาซื้อจุกนมจะเห็นระบุอัตราการไหลประมาณนี้
- ไหลช้า / สำหรับทารกแรกเกิด / เบอร์ 0 หรือ 1
- ไหลปานกลาง / เบอร์ 2
- ไหลเร็ว / เบอร์ 3 ขึ้นไป
แต่ละยี่ห้ออาจใช้คำหรือเบอร์ต่างกันเล็กน้อย แต่หลัก ๆ คือบอกว่าต่อนาทีมีนมไหลออกมามากแค่ไหน
แนวคิดเลือกแบบง่าย ๆ:
-
ทารกแรกเกิดควรเริ่มที่ จุกนมไหลช้า ที่สุดเท่าที่มี เพื่อลดโอกาสสำลัก และให้ลูกได้ฝึกประสานจังหวะดูด กลืน หายใจ
-
เปลี่ยนเป็นไหลปานกลางเมื่อ:
- ใช้เวลากินนมนานกว่าปกติมาก
- ลูกดึงจุกออกบ่อย ๆ หงุดหงิด เหมือนดูดเหนื่อย
- ดูดไปหลับไปเพราะต้องใช้แรงมาก
-
ไหลเร็ว ส่วนใหญ่ใช้ตอนลูกโตขึ้น กินเก่งขึ้น และเริ่มอาหารเสริมแล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยน
สัญญาณว่าจุกนมอาจ ไหลเร็วเกินไป:
- ลูกไอ สำลัก หรือมีนมไหลออกมุมปาก
- กินแป๊บเดียวหมดขวด ดูเหมือนตั้งตัวไม่ทัน
- มีลมในท้อง หรืออาการคล้ายโคลิคมากขึ้นเพราะกลืนอากาศ
ถ้าไม่แน่ใจ ให้เริ่มจากฝั่งช้าไว้ก่อน ค่อยขยับขึ้นทีละระดับ ง่ายกว่าพยายามเปลี่ยนกลับมาช้า หลังจากลูกเคยชินกับความสบายของจุกไหลเร็วแล้ว
5. ไขข้อสงสัยเรื่องขวดนมลดโคลิคให้ชัด ๆ
ช่วงนี้ขวดนมลดโคลิคและคำว่า "ขวดนมลดแก๊ส" "ขวดนมลดลมในท้อง" มีให้เห็นแทบทุกแบรนด์ ความจริงมีทั้งที่ช่วยและที่ไม่ต่างมากนัก
ฟังก์ชันที่มักเจอในขวดนมลดโคลิค ได้แก่
- จุกนมมีช่องระบายอากาศที่ไม่ปนกับท่อนม
- ท่อหรือหลอดนำอากาศไปปล่อยที่ก้นขวด
- ฐานขวดมีวาล์วทางเดียวให้อากาศเข้าออก
เป้าหมายคือให้ลูกดูดนมได้มาก แต่ดูดอากาศน้อยลงในแต่ละคำ
ขวดแบบนี้มักช่วยได้กับ
- เด็กที่มีลมในท้อง ต้องเรอบ่อยหลังมื้อนม
- เด็กที่ดูดแรง กลืนลมเยอะ
- บางเคสที่ดูคล้ายโคลิค โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับแก๊สในลำไส้
แต่ถ้าปัญหาหลักมาจากกรดไหลย้อน แพ้โปรตีนนมวัว หรือปัญหาอื่น ๆ ขวดนมที่เคลมว่าดีที่สุดแค่ไหนก็อาจช่วยได้ไม่มาก เพราะไม่ได้แก้สาเหตุหลัก
แนวทางที่ใช้งานได้จริง:
- เริ่มจากขวดทั่วไป หรือขวดนมคอกว้างธรรมดาก่อน
- ถ้าลูกมีลมในท้องเยอะ งอแงหลังมื้อนม ลองเปลี่ยนเป็น ขวดนมลดโคลิค แบบใดแบบหนึ่ง
- ใช้ต่อเนื่องสัก 1 สัปดาห์แล้วค่อยประเมิน ว่าดีขึ้นชัดเจนไหม ก่อนตัดสินใจซื้อเพิ่ม
6. การใช้ขวดนมคู่กับการให้นมแม่
หลายบ้านในไทยให้นมแม่ร่วมกับนมขวด การวางแผนนิดหน่อยช่วยให้เลี้ยงนมแม่ต่อได้สบายขึ้น
การเลือกขวดนมและจุกนม
รูปแบบที่มักเวิร์กสำหรับครอบครัวที่ให้นมแม่เป็นหลัก คือ
- ขวดนมคอกว้าง ที่ใช้กับจุกนมทรงธรรมชาติ
- จุกนมซิลิโคนนุ่ม ที่ลูกต้องอ้าปากอมและสร้างสูญญากาศคล้ายดูดเต้า
- เลือก จุกนมไหลช้า เพื่อลดความต่างระหว่างเต้ากับขวด
การเลือกแบบนี้จะทำให้ลักษณะการดูดของลูกยังคล้ายเวลาดูดเต้านมแม่ ลดโอกาสที่ลูกจะติดขวดเพราะดูดง่ายเกินไป
เทคนิคป้อนนมขวดแบบช้าเป็นจังหวะ (Paced bottle feeding)
วิธีนี้ช่วยมากสำหรับเด็กที่กินทั้งเต้าและขวด
วิธีทำหลัก ๆ:
- อุ้มลูกในท่านั่งเอนเล็กน้อย ประมาณ 45 องศา ไม่ให้นอนราบ
- จับขวดนมให้เกือบขนานพื้น ให้นมเต็มแค่ส่วนหนึ่งของจุก ไม่เทจนเต็มจุก
- ให้ลูกเป็นฝ่ายอ้าปากเข้าหาจุกนม ไม่ดันจุกใส่ปากทีเดียว
- ทุก ๆ ประมาณ 1 นาที ค่อย ๆ เอียงขวดลงเล็กน้อยให้หยุดไหล ช่วยให้ลูกได้พัก เหมือนตอนดูดเต้าที่ต้องหยุดหายใจบ้าง
- มองที่สัญญาณของลูก ไม่ยึดเวลาตายตัว ถ้าลูกหันหน้าออก ปากเม้ม หรือหยุดดูด ให้พักหรือหยุดตามลูก
ข้อดีของการป้อนแบบนี้:
- ลดโอกาสที่ลูกจะติดความง่ายของขวดจนไม่อยากดูดเต้า
- ลดการป้อนเกินปริมาณที่ลูกต้องการ
- ช่วยเด็กที่ยังประสานการดูด กลืน หายใจได้ไม่คล่อง
ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยังไม่มั่นใจ วิธีนี้สามารถขอคำแนะนำได้จากคลินิกนมแม่ โรงพยาบาล หรือศูนย์อนามัยใกล้บ้านที่มีนักโภชนาการ/พยาบาลให้คำปรึกษา
7. ขนาดขวดนม: ต้องมีไซซ์ไหนบ้าง
ขวดนมทารกโดยทั่วไปจะมี 2 ขนาดหลัก
- ประมาณ 120–150 มล. (4–5 ออนซ์) - เหมาะกับทารกแรกเกิดจนถึงช่วงแรก ๆ
- ประมาณ 240–300 มล. (8–10 ออนซ์) - ใช้ตอนลูกโตขึ้น กินได้มากขึ้น
แผนที่ใช้ได้จริง:
- ถ้าลูกจะกินขวดเป็นหลัก เริ่มด้วย ขวดเล็ก 4–6 ใบ ถ้ากินนมแม่เป็นหลัก ใช้ขวดนมเฉพาะบางมื้อ 2–3 ใบก็พอ
- เพิ่มขวดใหญ่เมื่อเห็นว่าลูกกินต่อมื้อเกินประมาณ 120–150 มล. อย่างสม่ำเสมอ
เด็กตัวเล็ก ๆ ถ้าใช้ขวดใหญ่ตั้งแต่แรก มักกะปริมาณยาก เตรียมนมเกินจนเหลือบ่อย ขวดเล็กช่วยให้เตรียมนมได้พอดี ลดการเททิ้ง
8. ทิปช้อปขวดนมแบบไม่เสียเงินฟรี
คุณพ่อคุณแม่ไทยหลายคนบอกคล้าย ๆ กันว่า
"ซื้อขวดนมยี่ห้อเดียวแบบยกเซ็ต พอถึงเวลาจริงลูกไม่ยอมกินเลย"
วิธีเลี่ยงปัญหานี้:
- อย่าซื้อกักตุนก่อนลูกคลอดเยอะเกินไป เริ่มจากซื้อขวดแบบที่ถูกใจสัก 1–2 ใบ จาก 1–2 รูปทรงก็พอ
- ทำใจไว้ก่อนว่า ลูกแต่ละคนมีนิสัยต่างกัน บางคนไม่ชอบทรงจุกบางแบบ ทั้งที่ยี่ห้อเดียวกันทุกบ้านใช้ได้ดี
- พอเจอขวดและจุกนมที่ลูกโอเคแล้ว ค่อย ซื้อเพิ่ม แบบเดียวกัน พร้อมจุกเบอร์ต่อ ๆ ไป
- ถ้าซื้อหลายแบบตั้งแต่ก่อนคลอด เก็บใบเสร็จไว้ เผื่อคืนหรือเปลี่ยนได้หากยังไม่แกะใช้
ถ้ามีเพื่อนหรือญาติที่มีลูกวัยใกล้ ๆ กัน ลองถามว่าบ้านเขาใช้ขวดนมแบบไหนแล้วเวิร์กบ้าง ไม่จำเป็นต้องตามเขาทุกอย่าง แต่ช่วยให้เราโฟกัสเหลือตัวเลือกไม่มากเกินไป
9. การล้างและนึ่งขวดนมแบบพื้นฐาน
นมเป็นอาหารที่เชื้อโรคเติบโตได้ง่าย การล้างและนึ่งสำคัญไม่แพ้การเลือกขวดนมสำหรับทารกแรกเกิดเลย
การล้างประจำวัน
หลังป้อนนมทุกครั้ง:
- ล้างขวด แหวนล็อก และจุกนมด้วยน้ำสะอาดทันทีที่ทำได้ เพื่อลดคราบเกาะ
- ล้างด้วยน้ำยาล้างขวดนมหรือน้ำยาล้างจานสูตรอ่อนโยนกับเด็ก แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
- ใช้
- แปรงล้างขวดสำหรับด้านในขวด
- แปรงเล็กหรือแปรงจุกนมสำหรับจุกและชิ้นส่วนระบบระบายอากาศ
ตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีคราบนมหรือฟองนมหลงเหลือ โดยเฉพาะตามเกลียวฝา ช่องระบายอากาศ และตามมุมขวด
ถ้าใช้เครื่องล้างจาน ตรวจฉลากก่อนว่าขวดและจุกนมรุ่นนั้นระบุว่าใช้กับเครื่องล้างจานได้
การนึ่งหรือฆ่าเชื้อ
สำหรับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี กรมอนามัยและกุมารแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ป้อนนมเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อใช้นมผง
วิธีที่นิยมในบ้านเรา:
- เครื่องนึ่งขวดนมระบบไอน้ำ ทั้งแบบไฟฟ้าและแบบใช้ไมโครเวฟ ใช้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน เหมาะกับขวดส่วนใหญ่
- ต้มในน้ำเดือด ใส่ชิ้นส่วนที่ล้างสะอาดลงในหม้อ เติมน้ำให้ท่วมทุกชิ้น ต้มเดือดอย่างน้อย 10 นาที ยกขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำบนตะแกรงสะอาด
- น้ำยาหรือเม็ดฆ่าเชื้อในน้ำเย็น ใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด แช่ตามเวลาที่ระบุ เหมาะกับบ้านที่เดินทางบ่อยหรือไม่มีที่วางเครื่องนึ่ง
นิสัยเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ปลอดภัยขึ้น:
- ล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบจับขวดที่นึ่งแล้ว
- ถ้าเป็นไปได้ ใช้ที่คีบที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วหยิบอุปกรณ์ หรือปล่อยให้แห้งในเครื่องนึ่งแทนการใช้ผ้าเช็ดจาน
- เช็กสภาพจุกนมและขวดเป็นระยะ ถ้าพบร้าว เหนียว เหลือง หรือบางผิดปกติ ควรเปลี่ยน
10. สรุปเป็นแผนเริ่มต้นแบบง่าย ใช้ได้จริง
ถ้าอยากเริ่มให้ลูกใช้ขวดนมแบบไม่เครียด ไม่ต้องลองทุกยี่ห้อ ลองวางแผนประมาณนี้
-
เลือก ขวดนมปลอด BPA สัก 2 แบบ เช่น
- ขวดมาตรฐานหรือขวดนมคอกว้าง 2 ขวด
- ขวดนมลดโคลิค 2 ขวด ถ้ากังวลเรื่องลมในท้อง
-
เลือก จุกนมไหลช้า สำหรับทุกขวดในช่วงแรกเกิด
-
ถ้าคุณแม่ให้นมแม่ด้วย
- เลือก ขวดนมคอกว้าง ที่ใช้กับจุกนมทรงธรรมชาติ
- ใช้วิธีป้อนแบบ paced bottle feeding ตั้งแต่ขวดแรก
-
สังเกตลูกเป็นหลัก
- ถ้าลูกกินนมได้เรื่อย ๆ สงบ ไม่สำลัก ไม่แน่นท้อง ก็ตั้งหลักใช้แบบที่มีอยู่ต่อได้
- ถ้าลูกมีลมในท้อง ร้องกวน สำลักบ่อย ลองเปลี่ยนชนิดจุกนม หรือทดลอง ขวดนมลดโคลิค แบบอื่นก่อนจะเปลี่ยนทั้งเซ็ต
สุดท้ายแล้วเด็กทุกคนมีสไตล์ของตัวเอง ไม่มีขวดนมหรือจุกนมแบบเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกบ้าน มีแต่แบบที่เหมาะกับลูกเราและเราใช้แล้วสบายใจ
คุณพ่อคุณแม่ แค่มีขวดนมไม่กี่ใบที่เลือกมาอย่างคิดแล้ว สังเกตลูก และค่อย ๆ ปรับเล็กน้อยตามพฤติกรรมลูก ก็เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นให้นมขวดอย่างมั่นใจแล้ว