สัปดาห์แรกหลังลูกลืมตาดูโลก หลายบ้านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมือนฝันๆ งงๆ มีแต่ให้นม เปลี่ยนผ้าอ้อม กล่อมลูกนอน แล้วก็แอบคิดในใจว่า
เราควรทำอะไรกับเจ้าตัวเล็กเพิ่มอีกไหม หรือแค่นี้พอแล้ว?
ถ้าคุณเคยมองหน้าทารกแรกเกิดแล้วสงสัยว่า
“ต้องเริ่มทำกิจกรรมกับทารกแรกเกิดตั้งแต่สัปดาห์แรกเลยหรือเปล่า?”
คุณไม่ได้คิดอยู่คนเดียวแน่นอน
คำตอบที่ช่วยให้ใจเบาลงคือ ตอนนี้ลูกคุณกำลังทำสิ่งสำคัญอยู่แล้ว ทั้งการกิน นอน และได้อยู่ใกล้ตัวคุณ สิ่งเหล่านี้คือหัวใจของการเลี้ยงลูกในช่วงแรกเกิดอยู่แล้ว แถมยังมี “กิจกรรมกับลูกในสัปดาห์แรก” ง่ายๆ เบาๆ ที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการทารกแรกเกิด และช่วยให้พ่อแม่ค่อยๆ จับจังหวะการผูกสัมพันธ์กับลูกได้อย่างเป็นธรรมชาติ
คุณไม่จำเป็นต้องมีตารางกิจกรรม ของเล่นเต็มบ้าน หรือคอร์สพัฒนาการราคาแพง
มีแค่ “ตัวคุณ” ช่วงเวลาที่ลูกตื่นไม่กี่นาที และความเข้าใจเล็กๆ ว่าทารกแรกเกิดของคุณชอบอะไร แค่นั้นก็พอ
มาลองไล่ไปทีละอย่างด้วยกัน
มองเผินๆ เหมือนลูกมีชีวิตอยู่แค่ “กิน-นอน-ร้องไห้” เท่านั้น แต่ในสมองของทารกแรกเกิดกำลังมีการทำงานหนักมาก
ในช่วงสัปดาห์แรกของชีวิต
ลองมองใหม่นิดหนึ่ง ไม่ใช่การ “ทำกิจกรรมกับทารกแรกเกิด” แบบเป็นเรื่องเป็นราว แต่เป็นการทำให้ “การดูแลลูกประจำวันมีคุณภาพมากขึ้น” เช่น การกอดสัมผัสแบบผิวต่อผิว การพูดคุยกับทารกแรกเกิด หรือได้สบตากันสักครู่ จุดประสงค์ไม่ใช่สอนเร็วหรือเร่งเรียนเก่ง แต่เน้นไปที่
และสิ่งที่อยากให้จำไว้เพื่อลดความกดดันคือ ในสัปดาห์แรกของชีวิต
ส่วนใหญ่ของวันควรเป็นการกินและการนอน
นี่ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องแก้ แต่นี่คือสิ่งที่ทารกแรกเกิด “ควร” ได้ทำต่างหาก
ทารกแรกเกิดในช่วงสัปดาห์แรกจะมีช่วง “ตื่นแบบเงียบๆ สนใจสิ่งรอบตัว” สั้นมาก บางทีแค่ไม่กี่นาที นี่แหละคือ “นาทีทอง” สำหรับกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการทารกแรกเกิด
ลองสังเกตว่าลูกอยู่ในช่วงนี้หรือไม่
ถ้าใช่ นี่คือจังหวะที่เหมาะจะลองทำหนึ่งในกิจกรรมเบาๆ ด้านล่าง
แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ รู้ว่าเมื่อไรควร พอ การกระตุ้นมากไป (overstimulation) เกิดขึ้นได้ง่ายในวัยนี้ ลูกอาจส่งสัญญาณว่าพอแล้ว เช่น
ถ้าเห็นสัญญาณเหล่านี้ ให้ชะลอลงทันที
คุณไม่มีทาง “พลาดโอกาสทอง” แค่เพราะกิจกรรมอยู่ไม่นาน
ต่อให้ทำได้แค่ 30 วินาที ก็ยังมีความหมายกับพัฒนาการทารกแรกเกิดอยู่ดี
ถ้าจะจำเพียงอย่างเดียวว่า “ควรทำอะไรก่อน” กับลูกในสัปดาห์แรก
ให้จำคำนี้ไว้เลย การสัมผัสแบบผิวต่อผิว
วิธีทำไม่ยุ่งยาก
ประโยชน์ของการสัมผัสแบบผิวต่อผิวกับทารกแรกเกิดนั้นมีเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงวันแรกๆ ที่กลับจากโรงพยาบาล
ช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกาย
หน้าอกของแม่หรือพ่อสามารถอุ่นขึ้นหรือเย็นลงเล็กน้อย ตามอุณหภูมิของทารก ช่วยให้ลูกตัวอุ่นกำลังดีเหมือนมี “เครื่องอังเด็ก” อยู่บนอก
ทำให้การเต้นของหัวใจและการหายใจสม่ำเสมอขึ้น
งานวิจัยหลายชิ้น รวมถึงคำแนะนำของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าทารกที่ได้อยู่แนบตัวพ่อแม่แบบผิวต่อผิว มักหายใจและเต้นหัวใจเป็นจังหวะมากขึ้น
สร้างสายใยความผูกพัน
กลิ่น เสียงหัวใจ และความอบอุ่นบนผิวของคุณ บอกทารกว่า “ที่นี่คือบ้านของหนู” เป็นวิธีผูกใจลูกที่ง่ายแต่ลึกซึ้งที่สุดวิธีหนึ่ง
ช่วยลดการร้องไห้
ทารกจำนวนมากร้องไห้น้อยลง และสงบได้เร็วขึ้นเมื่อได้สัมผัสแบบผิวต่อผิวเป็นประจำ ถือเป็นวิธีหนึ่งของ “วิธีลดร้องไห้ทารกแรกเกิด”
ส่งเสริมการกินนม
การที่ลูกได้แนบตัวแม่ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนที่เกี่ยวกับน้ำนม และช่วยดึงสัญชาตญาณการดูดนมของลูกออกมา ไม่ว่าจะกินนมแม่หรือนมผง
ต่อให้สัปดาห์แรกคุณไม่ได้ทำ “กิจกรรมกับทารกแรกเกิด” แบบอื่นเลย แต่ได้กอดผิวต่อผิวบ่อยๆ ลูกก็ได้รับการดูแลและกระตุ้นพัฒนาการอย่างยอดเยี่ยมแล้ว
ลูกได้ยินเสียงคุณมาตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง เสียงคุณจึงเป็นเสียงที่คุ้นที่สุดตั้งแต่วินาทีแรกที่ลืมตา ดังนั้น เวลาไม่รู้จะทำอะไรกับลูกดีระหว่างรอให้นมหรือหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม
เสียงของคุณเองคือของเล่นและสื่อกระตุ้นพัฒนาการที่ดีที่สุด
การพูดคุยกับทารกแรกเกิด และการร้องเพลงให้ลูกแรกเกิดฟัง ช่วย
ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเล่านิทานเก่ง หรือร้องเพลงเพราะอะไรเลย
ทารกแรกเกิดไม่ได้สนว่าคุณเพี้ยนคีย์หรือเปล่า ลูกสนแค่ว่า “เสียงนี้คือเสียงของแม่/พ่อ”
ลองบรรยายสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ให้ลูกฟัง
เวลาอยากร้องเพลง
ช่วงเวลาพูดคุยกับทารกแรกเกิดเหล่านี้ แทรกลงไปในกิจวัตรที่ทำอยู่แล้ว
จึงไม่ต้องใช้แรงหรือเวลาพิเศษอะไรเพิ่ม
ในสัปดาห์แรก ทารกยังมองไกลไม่ค่อยชัด แต่จะโฟกัสได้ดีที่สุดในระยะประมาณ 20–30 เซนติเมตรจากใบหน้า
ซึ่งก็ประมาณระยะจากหน้าอกถึงหน้าเวลาคุณอุ้มลูก หรือระยะที่ใช้ให้นมลูกพอดี
และสิ่งที่ทารกชอบมองมากที่สุดคือ “ใบหน้า” โดยเฉพาะหน้าของพ่อแม่
ลองทำตอนที่ลูกตื่นนิ่งๆ ไม่ร้อง และดูสบายตัว
คุณอาจลอง
ไม่ต้องกังวลถ้าลูกมองหน้าได้แค่ไม่กี่วินาทีแล้วหันไปทางอื่น นั่นคือลักษณะปกติของพัฒนาการทารกแรกเกิด
ช่วงเวลาสั้นๆ ของ “การสบตาทารกแรกเกิด” นี่แหละ คือขนาดที่สมองลูกรับไหว
ถ้ารู้สึกว่าลูกเริ่มล้า หรือมีท่าทางไม่สบาย ให้ดึงตัวลูกมากอดแนบอก ปล่อยให้หันหน้าออกด้านข้าง แล้วกลับมาเน้นการกอดแทน
สายตาทารกแรกเกิดยังมองไม่ชัด สีที่เห็นจะไม่เหมือนผู้ใหญ่ แต่จะถูกดึงดูดด้วยภาพที่มี ความต่างของสีสูงๆ เช่น ขาว-ดำ อย่างชัดเจน
นี่จึงเป็นที่มาของกิจกรรมแนว “กระตุ้นพัฒนาการทารกแรกเกิดด้วยลายขาวดำ”
คุณไม่จำเป็นต้องซื้อของแพง แค่การ์ดลายขาวดำแบบง่ายๆ หนังสือลายเส้น หรือแม้แต่ผ้าห่มลายทางคมๆ ก็ใช้ได้แล้ว
ระวังอย่าให้นานเกินไป
ถ้าไม่มีการ์ดโดยเฉพาะ ลองใช้
เป้าหมายไม่ใช่ให้ลูกจ้องค้างนานๆ แค่ทักทายสายตาเบาๆ ให้สมองเริ่มเรียนรู้เท่านี้ก็พอ
การสัมผัสคือหนึ่งในประสาทสัมผัสที่ชัดที่สุดของทารกแรกเกิด การถูกสัมผัสอย่างอ่อนโยน คาดเดาได้ ทำให้ลูกเรียนรู้ว่าโลกนี้ปลอดภัย และตัวเองได้รับการดูแล
การนวดทารกไม่จำเป็นต้องจริงจังเป็นคอร์สเต็มรูปแบบ มีน้ำมัน มีกติกาเยอะๆ ในสัปดาห์แรกขอให้นึกถึงแค่ การลูบเบาๆ ช้าๆ ก็เพียงพอ
เลือกช่วงที่ลูก
คุณอาจลอง
ระหว่างทำ คอยสังเกตท่าทางลูกไปด้วย
การสัมผัสเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ถือเป็นการกระตุ้นพัฒนาการทารกแรกเกิดเหมือนกัน
แถมยังช่วยให้พ่อแม่ค่อยๆ รู้ว่าลูกชอบหรือไม่ชอบสัมผัสแบบไหน
ส่วนใหญ่เวลาอุ้มลูก เรามักติดอยู่กับท่าเดิมๆ ที่ถนัด ซึ่งไม่ผิดอะไรเลย แต่ถ้าลองเปลี่ยน “การอุ้มลูกแรกเกิด” สักเล็กน้อยบ้าง ก็ช่วยให้ลูกได้ประสบการณ์รับความรู้สึกแบบใหม่ ทั้งด้านการมองเห็นและการรับรู้ร่างกายตัวเอง
แต่ละท่าอุ้มจะเปลี่ยนทั้ง
ทุกท่าต้องแน่ใจว่า ศีรษะและคอได้รับการรองรับดี และทางเดินหายใจโล่งเสมอ
ท่าง่ายๆ ที่ลองทำได้ เช่น
ท่าอุ้มแนวอู่ (cradle hold)
อุ้มลูกนอนในแขนเหมือนอู่ เป็นท่าคลาสสิก เหมาะกับให้นม พูดคุย และสบตากัน
ท่าอุ้มพาดบ่า
วางตัวลูกแนบอก ศีรษะอยู่บนไหล่ มือคุณประคองคอและหลัง เหมาะกับอุ้มเรอ อุ้มผิวต่อผิว และให้ลูกฟังเสียงหัวใจพ่อแม่
ท่า “เสือหมอบบนแขน” (tiger in the tree)
วางลูกคว่ำบนท่อนแขน ให้หน้าหันออกไปด้านหน้า แก้มวางใกล้ข้อศอก มือของคุณประคองที่หน้าท้องและหว่างขา ท่านี้บางคนใช้ช่วยให้ลูกสบายท้อง และลูกจะได้มองเห็นมุมใหม่ของห้อง
ท่านอนคว่ำบนตัก
วางลูกนอนคว่ำขวางบนตัก ศีรษะหันข้าง ใช้มือรองที่หัวไหล่และสะโพก ท่านี้ใช้แค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้นในสัปดาห์แรก และต้องทำตอนผู้ใหญ่ตื่นเต็มตา ดูลูกตลอดเวลา เปรียบเหมือน “เริ่มต้น tummy time แบบสั้นมาก”
ไม่จำเป็นต้องไล่ทำทุกท่าวันละหลายครั้ง แค่ระหว่างวันลองสังเกตว่าตัวเองอุ้มแบบไหนบ่อย แล้วสลับท่าบ้างเป็นครั้งคราว พร้อมสังเกตว่าลูกตอบสนองยังไง
คำถามนี้หลายบ้านกังวลมาก ว่าต้องทำกิจกรรมกับลูกให้ครบไหม กลัวลูกพัฒนาการช้ากว่าคนอื่น
ลองใช้แนวคิดง่ายๆ แบบนี้
เท่านี้ก็ถือว่า “เพียงพอ” สำหรับวัยทารกแรกเกิดแล้ว
คุณไม่ได้ช้าไปหรือดูแลไม่ดี ถ้า
เพราะความจริงแล้ว “ช่วงเวลาธรรมดาเหล่านี้”
ก็คือทั้งการเลี้ยงลูกและการกระตุ้นพัฒนาการทารกไปพร้อมกัน
ลองย้อนดูอีกทีว่า ถ้าสงสัยว่าจะมีกิจกรรมอะไรกับลูกในสัปดาห์แรกได้บ้าง มีอะไรที่อยากให้ลอง
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ฟัง “สัญญาณจากลูก” เป็นหลัก ถ้าลูกหันหน้าหนี งอแง หรือดูเหนื่อย ก็หยุดได้ทันที แล้วค่อยลองใหม่เมื่อถึงจังหวะตื่นสงบรอบต่อไป
สัปดาห์แรกของการเลี้ยงลูกไม่ใช่การแข่งขันว่าต้องทำกิจกรรมครบทุกข้อ
แต่เป็นช่วงเวลาค่อยๆ ทำความรู้จักมนุษย์ตัวเล็กคนใหม่ และให้เขาได้รู้จักเราเช่นกัน ทุกการกอด ทุกการให้นม ทุกนาทีที่ลูกนอนบนอกคุณ คือคำตอบของคำถามว่า “จะผูกพันกับทารกแรกเกิดยังไง” และคือการ กระตุ้นพัฒนาการทารกแรกเกิด ที่ดีที่สุดแล้ว
คุณกำลังทำได้ดีมากกว่าที่ตัวเองคิดอยู่แล้ว เพียงแค่ได้อยู่กับลูกใกล้ๆ แบบนี้นี่เอง