คุณเพิ่งกล่อมลูกหลับได้สำเร็จ ทั้งตัวผ่อนคลาย หายใจโล่งขึ้นนิดหนึ่ง แล้วความคิดก็ผุดขึ้นมาในหัวว่า «ควรปลุกทารกเพื่อให้นมไหม หรือปล่อยให้หลับต่อดีนะ»
ถ้าคุณรู้สึกลังเล ระหว่างความหิวของลูกกับโอกาสจะได้พักสายตาสักหน่อย คุณไม่ได้คิดมากอยู่คนเดียวเลย เรื่องการให้นมทารกแรกเกิดนี่แหละ ที่ทำให้พ่อแม่กังวลกันมากที่สุด โดยเฉพาะช่วง 2–3 สัปดาห์แรกที่คนรอบตัวให้คำแนะนำไม่เหมือนกันไปหมด
บทความนี้จะช่วยไล่เรียงให้เห็นชัดขึ้นว่า เมื่อไรควรปลุกทารกเพื่อให้นม เมื่อไรพอจะปล่อยให้หลับยาวได้ และในช่วงแรกเกิดนั้น ทารกควรกินนมถี่แค่ไหนในแต่ละวัน
ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก ทารกหลายคนจะ ง่วงมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะถ้า
กรณีแบบนี้มักจะเจอปัญหา «ทารกไม่ตื่นให้นม» คือหลับยาว ไม่ค่อยตื่นมากินเอง ทำให้ได้กินนมน้อยกว่าที่ควร ตรงนี้แหละคือจุดที่คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วย «ปลุกทารก» เข้ามามีบทบาท
ข้อมูลคำแนะนำจากกุมารแพทย์และพยาบาลไทย รวมถึงแนวทางของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข คล้ายกันคือ ทารกแรกเกิดควรได้กินนมประมาณ วันละ 8–12 ครั้ง ในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของชีวิต เทียบง่ายๆ คือประมาณทุก 2–3 ชั่วโมงในรอบ 24 ชั่วโมง
การให้นมถี่ๆ จะช่วยให้
ถ้าคุณให้นมแม่เป็นหลัก การ ให้นมแม่ถี่ๆ ในช่วงแรกเกิด ยังช่วยให้ร่างกายแม่เรียนรู้และปรับตัวได้ดีว่า ต้องผลิตนมแม่ ปริมาณเท่าไรให้ลูก
ช่วง 2 สัปดาห์แรก ระบบการสร้างน้ำนมของคุณแม่ตอบสนองต่อการดูดนมมากเป็นพิเศษ ยิ่งเอานมออกจากเต้าบ่อย ร่างกายก็ยิ่งได้รับสัญญาณให้ผลิตนมเพิ่มขึ้น
การ ปลุกทารกเพื่อกระตุ้นน้ำนม มีข้อดีกับคุณแม่หลายอย่าง เช่น
ดังนั้น เวลาที่คุณถามตัวเองว่า «ควรปลุกทารกเพื่อให้นมไหม» ในช่วงวันแรกๆ คำตอบส่วนหนึ่งคือเรื่องน้ำหนักและการเจริญเติบโตของลูก อีกส่วนหนึ่งคือการดูแล น้ำนมแม่ ของคุณเองในอนาคต
มาดูตัวเลขแบบชัดๆ เพราะสิ่งที่พ่อแม่ขาดบ่อยๆ คือคำตอบที่จับต้องได้
ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังคลอด แพทย์และพยาบาลส่วนมากจะแนะนำว่า ยังไม่ควรปล่อยให้ทารกเว้นมื้อนมนานเกิน
เช่น ถ้าลูกเริ่มกินนมตอน 13.00 น. แม้จะหลับเพลิน แนะนำให้ปลุกมากินอีกครั้งไม่เกินประมาณ 16.00 น.
กรณีที่ยิ่งต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษคือถ้า
กลุ่มนี้อาจต้องปลุกบ่อยกว่าปกติ โรงพยาบาลหรือหน่วยฝากครรภ์มักจะให้แนวทาง ปลุกทารกทุกกี่ชั่วโมง ชัดเจน เช่น ทุก 2–3 ชั่วโมงทั้งกลางวันและกลางคืน จนกว่าน้ำหนักจะขึ้นดีสม่ำเสมอ
ทารกส่วนมากจะน้ำหนักลดลงบ้างใน 2–3 วันแรกหลังคลอด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ฝ่ายสาธารณสุขเช็กกันคือ ทารกส่วนใหญ่จะ
ถ้าเลย 2 สัปดาห์ไปแล้วลูกยัง ไม่กลับน้ำหนักแรกเกิด ทีมแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะดูละเอียดขึ้นว่าลูก ได้กินนมกี่ครั้งต่อวัน ดูวิธีการดูด การกลืน และอาจแนะนำให้ปลุกถี่ขึ้นชั่วคราว
เพราะฉะนั้น ในช่วง 10–14 วันแรก ถ้าคุณสงสัยว่า «ให้นมทารกกี่ครั้งต่อวันถึงจะพอ» คำตอบที่ปลอดภัยและใช้ทั่วไปคือ
อย่างน้อยทุก 3 ชั่วโมงตอนกลางวัน และอย่างน้อยทุก 4 ชั่วโมงตอนกลางคืน หรือบ่อยกว่านั้นได้ถ้าลูกร้องขอกินเอง
พอลูกกลับมาถึงน้ำหนักแรกเกิด และน้ำหนักขึ้นอย่างสม่ำเสมอแล้ว กติกาต่างๆ จะเริ่มผ่อนคลายลงนิดหนึ่ง ซึ่งมักอยู่ราวๆ วันที่ 10–14 หลังคลอด แต่อาจเร็วหรือช้ากว่านี้ได้ในแต่ละคน
หลังจากจุดนี้เป็นต้นไป สำหรับทารกครบกำหนด สุขภาพดีส่วนใหญ่
ผลคือ คุณอาจยังต้อง ปลุกทารกให้นม ในช่วงกลางวัน เพื่อให้ได้มื้อนมครบ แต่ช่วงกลางคืนจะยืดหยุ่นได้มากขึ้น
หลายครอบครัวจะจัดเป็นเหมือน ตารางให้นมทารกแรกเกิดแบบหลวมๆ เช่น
ไม่จำเป็นต้องเป๊ะตามนาฬิกาทุกนาที เพราะลูกไม่ใช่หุ่นยนต์ จุดสำคัญคือ พยายามให้ลูกได้กินบ่อยขึ้นในช่วงกลางวัน เพื่อให้เริ่มแยกได้คร่าวๆ ว่า กลางวันคือช่วงกิจกรรม กิน–ตื่น–เล่น ส่วนกลางคืนค่อยๆ เงียบลง หลับยาวขึ้น
ถ้าลูกของคุณ คลอดก่อนกำหนด หรือเป็นทารก ตัวเล็กกว่าเกณฑ์ตามอายุครรภ์ ลูกมักจะมีพลังงานสำรองน้อยกว่าทารกตัวโตทั่วไป เวลาให้นมจึงอาจดูดได้ไม่นาน หลับคาเต้า หรือดูดขวดได้น้อยปริมาณ
สำหรับทารกกลุ่มนี้ ทีมแพทย์และพยาบาลมักแนะนำว่า
คนเป็นพ่อแม่จึงอาจคิดตลอดทั้งวันว่า จะปลุกทารกให้นมตอนไหนดี และต้องตั้งนาฬิกาปลุกช่วย แทนที่จะกังวลว่าควรหยุดปลุกเมื่อไร แบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับครอบครัวที่มีทารกคลอดก่อนกำหนดหรือเด็กตัวเล็ก พอลูกแข็งแรงขึ้น เรื่องเหล่านี้จะค่อยๆ เบาลงเอง
สำคัญที่สุดคือ ปฏิบัติตามแผนที่ทีมแพทย์ ห้อง NICU หรือกุมารแพทย์ของลูกให้ไว้ เพราะเขารู้ประวัติสุขภาพของลูกละเอียดที่สุด
บางทีทำตามทุกแนวทางแล้ว ลูกก็ยังหลับลึกจนปลุกยาก แตะตัวก็ไม่ขยับ อุ้มขึ้นมาเกยอกก็ยังหลับสบาย แบบนี้ควรทำอย่างไร
ลองใช้วิธีปลุกแบบอ่อนโยนเหล่านี้เพื่อ ปลุกทารกให้กินนม:
ถอดเสื้อผ้าเหลือแค่ผ้าอ้อม
ทารกที่ใส่เสื้อผ้าอุ่นๆ ครบชุดมักจะหลับสบาย ถ้าถอดให้เหลือแค่ผ้าอ้อม ตัวจะเย็นลงนิดหน่อยช่วยให้รู้สึกตัวมากขึ้น
กอดลูกแนบอกแบบผิวชนผิว (skin-to-skin)
วางลูกที่ใส่แค่ผ้าอ้อม แนบอกบนหน้าอกคุณแม่หรือคุณพ่อที่เปลือยไหล่ ผิวสัมผัสผิวจะช่วยปรับอุณหภูมิและการหายใจของลูก ทำให้รู้สึกตัวดีขึ้น และมักกระตุ้นสัญชาตญาณการกิน เช่น หันหาหัวนม ดูดมือ
เปลี่ยนผ้าอ้อมก่อนเริ่มให้นม
การเปลี่ยนผ้าอ้อมทำให้ลูกถูกรบกวนจากการหลับลึกเล็กน้อย ถ้าลูกง่วงมาก ลองเปลี่ยนผ้าอ้อมก่อน แล้วค่อยเอาเข้าเต้า/ขวด
ลูบหรือจั๊กจี้เบาๆ
ลองลูบฝ่าเท้า เกาแผ่นหลังเบาๆ หรือใช้นิ้วลากตามแนวกระดูกสันหลังทีละน้อย การสัมผัสเป็นจังหวะสั้นๆ จะช่วยให้ลูกรู้ตัวขึ้นว่าได้เวลาตื่นแล้ว
ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหมาดๆ
ใช้ผ้าเย็นเล็กน้อย (ไม่ต้องถึงกับเย็นจัด) วางหรือเช็ดเบาๆ ที่หน้าผากหรือท้ายทอย ความเย็นนิดๆ จะช่วยให้ลูกรู้สึกตัวง่ายขึ้น
พูดคุยกับลูก
เสียงของคุณคือเสียงที่ลูกคุ้นเคยที่สุด ลองเรียกชื่อลูก พูดคุย หรือฮัมเพลงเบาๆ บางคนตอบสนองต่อเสียงได้ดีมากกว่าสัมผัสเสียอีก
พอลูกเริ่มรู้สึกตัวและลืมตาขึ้นบ้างแล้ว รีบจับเข้าเต้า หรือให้นมจากขวดทันที อย่าปล่อยให้เผลอหลับต่อก่อนจะเริ่มดูด
ถ้าคุณ ให้นมลูกตอนกลางคืน แล้วต้องปลุก แนะนำให้เปิดไฟสลัวๆ พูดคุยเบาๆ ทำเท่าที่จำเป็น เพื่อให้ทั้งคุณและลูกกลับไปหลับต่อได้ง่ายหลังให้นมเสร็จ
พ่อแม่มักอยากได้เส้นแบ่งชัดๆ ว่า «หลัง X วัน ไม่ต้องปลุกลูกกลางคืนแล้ว» แต่ในความเป็นจริงร่างกายลูกแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตามมีสัญญาณบางอย่างที่ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ว่าลูกพร้อมจะเป็นฝ่ายขอเองมากขึ้นแล้ว
ลองสังเกตสิ่งเหล่านี้:
น้ำหนักขึ้นสม่ำเสมอ
เมื่อตรวจตามใบนัดที่อนามัยหรือโรงพยาบาล น้ำหนักลูกขึ้นได้ดีตามเกณฑ์ ไม่ใช่ขึ้นน้อยผิดปกติ และกลับมาถึงน้ำหนักแรกเกิดเรียบร้อยแล้ว โดยมากคือราววันที่ 10–14
ผ้าอ้อมเปียกหลายครั้งต่อวัน
ตั้งแต่ราววันที่ 5 เป็นต้นไป ลูกควรมีผ้าอ้อมเปียกอย่างน้อย วันละ 6 ผืนขึ้นไป แสดงว่าร่างกายได้รับนมเพียงพอ อุจจาระควรนิ่ม ไม่แข็ง และออกสม่ำเสมอ
มีช่วงตื่นที่ตาสว่างดี
ตอนที่ไม่หลับ ลูกจะมองไปรอบๆ ขยับแขนขา ตอบสนองกับเสียงหรือหน้าแม่ พอใจเป็นส่วนใหญ่ ไม่งอแงตลอดเวลา
ลูกเริ่มตื่นมากินนมเอง
ลูกจะแสดงสัญญาณหิว เช่น หันหาหัวนม ดูดมือ ดูดปาก กระสับกระส่าย หรือร้องไห้ถ้าคุณยังไม่ให้นม
ถ้าดูรวมๆ แล้วสัญญาณเหล่านี้ดี และบางคืนลูกเกิดหลับยาวกว่าปกติบ้าง คุณมักจะ ปล่อยให้หลับต่อ และรอให้ตื่นมากินเอง ได้เลย ไม่ต้องตั้งนาฬิกาคอยปลุกทุกครั้งเหมือนช่วงแรก
แต่อย่าลืมดูน้ำหนักและจำนวนผ้าอ้อมควบคู่กันไป ถ้าน้ำหนักเริ่มขึ้นช้าลง หรือผ้าอ้อมเปียกลดลง ควรปรึกษาพยาบาลอนามัยหรือกุมารแพทย์ อาจต้องกลับมาปลุกบ่อยอีกสักระยะ
สำหรับทารกครบกำหนดที่แข็งแรง และน้ำหนักขึ้นดี ส่วนใหญ่พอถึงราว อายุ 4–6 สัปดาห์ มักจะไม่จำเป็นต้อง ปลุกทารกให้นมตอนกลางคืน ต่อไปแล้ว โดยทั่วไปสามารถ
แม้ลูกจะโตขึ้นแล้ว แต่ ให้นมทารกกี่ครั้งต่อวัน ส่วนมากยังอยู่ราว วันละ 8–12 ครั้ง โดยเฉพาะถ้าเน้นให้นมแม่ บางวันอาจมีช่วงที่ลูกกินติดๆ กันในตอนเย็น (cluster feeding) ซึ่งถือว่าปกติ
ช่วงกลางคืนคุณเริ่มหายใจได้โล่งขึ้นนิดหนึ่ง ถ้าคุณให้นมแม่ และลังเลว่า ต้องปลุกลูกกินนมตอนกลางคืนไหมเพื่อรักษาน้ำนม โดยมากถ้าลูกกินบ่อยพอในช่วงกลางวัน และยังมีมื้อกลางคืนอยู่บ้าง น้ำนมแม่จะยังมาดี ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องปริมาณ
ทารกบางคนอายุระดับนี้ยังตื่นกินทุก 2–3 ชั่วโมงในเวลากลางคืน ซึ่งก็ยังปกติ อีกบางคนอาจให้ช่วงหลับยาว 5–6 ชั่วโมงคืนละหนึ่งช่วง ทั้งสองแบบถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่พบได้ ถ้าน้ำหนักขึ้นดีและผ้าอ้อมเปียกเพียงพอ
เก็บหน้านี้ไว้แคปหน้าจอ หรือจดติดตู้เย็นได้เลย:
ช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังคลอด
หลังลูกกลับน้ำหนักแรกเกิดแล้ว (ราววันที่ 10–14)
หลังอายุ 4–6 สัปดาห์ และน้ำหนักขึ้นดี
ถ้าคุณยังรู้สึกสับสนว่า «คราวนี้ควรปลุกทารกเพื่อให้นมไหม หรือปล่อยให้หลับดี» ลองถามตัวเอง 3 ข้อนี้ก่อน
ถ้าตอบว่า «ใช่» ครบทั้งสามข้อ ส่วนใหญ่คุณจะผ่อนคลายได้มากขึ้น และเริ่มตามจังหวะของลูกได้โดยไม่ต้องเคร่งกับนาฬิกามากนัก แต่ถ้าตอบว่า «ไม่» ข้อใดข้อหนึ่ง หรือแค่รู้สึกบางอย่าง «ไม่ค่อยสบายใจ» ก็ขอให้เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง แล้วไปปรึกษา
คุณสามารถติดต่อสถานีอนามัยใกล้บ้าน คลินิกนมแม่ โรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ หรือกลุ่มสนับสนุนการให้นมแม่ในชุมชน ทีมบุคลากรสาธารณสุขสามารถช่วยดู รูปแบบการให้นมลูก กับคุณอย่างละเอียด แล้วให้คำแนะนำเฉพาะสำหรับครอบครัวของคุณได้
การเลี้ยงลูกแรกเกิด โดยเฉพาะเรื่อง ให้นมทารกแรกเกิด ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องหาคำตอบอยู่คนเดียวตอนตีสาม ขอกำลังเสริม ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นพ่อแม่ที่ใส่ใจ ไม่ใช่สัญญาณว่าคุณทำได้ไม่ดีพอเลย