การได้อุ้มลูกกลับบ้านวันแรกๆ ชีวิตแทบจะตาลปัตร ทั้งป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อม แทบจำไม่ได้ว่าตัวเองอาบน้ำครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แล้วก็มีคนมาบอกว่า…
ให้เริ่มทำ «ทัมมี่ไทม์» ได้แล้วนะ! ฟังแล้วเหมือนมีภาระเพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งอย่างทันที
ลองหายใจลึกๆ ก่อนก็ได้ ทัมมี่ไทม์ไม่ต้องทำให้เครียด ไม่ต้องเป๊ะ และจริงๆ แล้วมันอาจกลายเป็นช่วงเวลาน่ารักที่สุดช่วงหนึ่งของวันคุณเลยก็ได้
บทความนี้จะเล่าแบบง่ายๆ ว่า
ทัมมี่ไทม์ คืออะไร, ทำไมถึงสำคัญ, เริ่มทัมมี่ไทม์ เมื่อไหร่ดี, ทัมมี่ไทม์ กี่นาที และมี ท่าฝึกนอนคว่ำทารก แบบไหนบ้างให้ลูกสนุกได้ แม้ลูกจะดูไม่ชอบในช่วงแรกๆ ก็ตาม
พูดแบบสั้นๆ เลยก็คือ ทัมมี่ไทม์ หรือ การนอนคว่ำทารก คือช่วงเวลาที่ ให้ลูกนอนคว่ำในตอนที่ตื่น และมีผู้ใหญ่เฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา
แค่นั้นจริงๆ
ไม่จำเป็นต้องมีแผ่นรองเล่นราคาแพง ไม่ต้องมีของเล่นเยอะ
ถ้าลูกนอนคว่ำบนอกคุณ ขณะที่คุณเอนหลังบนโซฟาและลูกตื่นอยู่ แบบนั้นก็นับว่าเป็น ทัมมี่ไทม์สำหรับทารกแรกเกิด แล้ว
หรือถ้าลูกนอนคว่ำบนผ้าห่มหรือเบาะบนพื้น มีคุณนั่งมองใกล้ๆ ก็ถือว่าเป็นทัมมี่ไทม์เหมือนกัน
หัวใจสำคัญของนอนคว่ำทารกคือ
ทัมมี่ไทม์ไม่ใช่เวลานอนหลับ เด็กทารกในไทยรวมถึงคำแนะนำจากกุมารแพทย์ทั่วโลก แนะนำให้ ลูกนอนหงายเวลานอนหลับ เพื่อลดความเสี่ยงภาวะเสียชีวิตเฉียบพลันในทารก
สรุปง่ายๆ คือ นอนหงายเวลา “หลับ”, นอนคว่ำเวลา “เล่น”
หลายคนอาจเคยได้ยินว่าทัมมี่ไทม์ดีนะ มีประโยชน์นะ แต่ไม่ค่อยมีใครอธิบายชัดๆ ว่าดีอย่างไร ลองมาดูแบบภาษาคนเป็นพ่อเป็นแม่กัน
เวลาลูกอยู่ในท่านอนคว่ำ เขาจะพยายามยกศีรษะ หันหน้ามองรอบๆ การเคลื่อนไหวเล็กๆ แค่นี้ แต่ได้ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน
กล้ามเนื้อชุดนี้สำคัญมากสำหรับพัฒนาการต่อไป เช่น
พูดให้เห็นภาพ ทัมมี่ไทม์คือการออกกำลังกายเบาๆ ของทารก และนี่คือหนึ่งใน ทัมมี่ไทม์ ประโยชน์ ที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานของพัฒนาการทารก นอนคว่ำแล้วจะต่อยอดไปสู่ทุกทักษะการเคลื่อนไหวหลักในอนาคต
ทุกวันนี้เด็กส่วนใหญ่ใช้เวลา “นอนหงาย” เยอะมาก ทั้งตอนหลับ อยู่ในคาร์ซีท รถเข็น เตียงนอนเด็ก ถ้านอนหงายท่าเดิมๆ นานๆ อาจเกิดภาวะด้านใดด้านหนึ่งของศีรษะแบนได้ เรียกว่า ภาวะศีรษะแบนในทารก (plagiocephaly)
การจัดเวลาให้นอนคว่ำเป็นช่วงๆ จะช่วยเปลี่ยนจุดที่ศีรษะรับแรงกด ลดเวลาที่ศีรษะด้านหลังหรือด้านข้างต้องแนบกับพื้นตลอด ทำให้ช่วย ป้องกันศีรษะแบนทารก ได้แบบง่ายๆ จากการเล่นในแต่ละวัน
กุมารแพทย์และนักกายภาพบำบัดเด็กในไทยก็มักแนะนำให้มี การนอนคว่ำทารก เป็นประจำ เพื่อลดโอกาสเกิดศีรษะแบบด้านและช่วยให้รูปทรงกระโหลกสวยสมวัย
ระหว่างทำทัมมี่ไทม์ เด็กจะเริ่ม
ทั้งหมดนี้ช่วยเสริม
นอกจากนี้ การนอนคว่ำยังเปิดมุมมองใหม่ให้ลูกด้วย จากที่เคยนอนหงายมองแต่เพดาน พอคว่ำก็จะเห็นหน้าคนดูแลจากมุมต่ำ เห็นของเล่นตรงหน้า เห็นพื้นหรือลายเสื่อรองเล่น
ประสบการณ์เล็กๆ แบบนี้ช่วยให้ นอนคว่ำช่วยพัฒนาการ ได้มากกว่าที่เราคิด
คำถามยอดฮิตคือ เริ่มทัมมี่ไทม์ เมื่อไหร่ ดี
จริงๆ แล้ว ถ้าคุณและลูกพร้อม สามารถ เริ่มทัมมี่ไทม์ได้ตั้งแต่กลับจากโรงพยาบาลในช่วงวันแรกๆ เลย
ฟังดูเหมือนเร็ว แต่ในช่วงแรก ทัมมี่ไทม์สำหรับทารกแรกเกิด จะเป็นในรูปแบบที่อ่อนโยนมาก เน้นกอดแนบตัว ไม่ใช่ออกกำลังกายหนัก
ช่วงสัปดาห์แรกๆ มักง่ายที่สุดถ้าเริ่มด้วย ทัมมี่ไทม์บนอกแม่หรือพ่อ
แบบนี้ก็ถือว่าเป็นการ นอนคว่ำทารก แล้ว ลูกแรกเกิดอาจยังยกคอไม่ค่อยได้ แค่ซบและซุกตัวอยู่ก็พอแล้ว
พอผ่านไปไม่กี่วัน พ่อแม่เริ่มจับทางได้มากขึ้น อาจลองให้ลูกนอนคว่ำบนพื้นราบที่ปลอดภัย เช่น เสื่อรองคลานหรือผ้าห่มบนพื้นสักไม่กี่วินาที แล้วนั่งประกบใกล้ๆ
สรุปถ้าถามว่าเริ่มตอนไหนดี คำตอบก็คือ
เริ่มได้เลยตั้งแต่ช่วงแรกเกิด ในแบบเบาๆ สั้นๆ เน้นบ่อยครั้งทีละนิด
อีกคำถามที่ได้ยินบ่อยมากเกี่ยวกับ ทัมมี่ไทม์ วิธีทำ คือ
ลองใช้แนวทางนี้เป็นไกด์ แล้วค่อยปรับให้เหมาะกับลูกของคุณนะ
ถ้าช่วงแรกๆ ลูกทำได้แค่ 30 วินาทีแล้วเริ่มงอแง ก็ถือว่าปกติมาก ค่อยๆ ขยับเวลาเพิ่มทีละนิด สำคัญคือให้มีการฝึกบ่อยๆ แบบ สั้นแต่ถี่
เด็กหลายคนจะเริ่มทนท่า คว่ำ ได้นานขึ้น รวมแล้วทั้งวันอาจได้ราว 15 - 20 นาทีต่อวัน
ไม่จำเป็นต้องทำรวดเดียว และจริงๆ แล้วไม่ควรให้ทำนานยาวครั้งเดียวด้วย
ลองแบ่งเป็นช่วงสั้นๆ แบบนี้
เมื่อกล้ามเนื้อคอและตัวเขาแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ คุณค่อยๆ เพิ่มเวลาของแต่ละรอบได้
สำคัญที่สุดคือ สังเกตลูกเป็นหลัก
ถ้าเริ่มร้องไห้เสียงดังเกินไป หรือดูเหนื่อยชัดเจนให้หยุด อุ้มปลอบก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันใหม่รอบหน้า
หลายคนพอนึกถึงทัมมี่ไทม์ ก็จะเห็นภาพลูกน้อยตัวจิ๋วนอนคว่ำแผ่อยู่บนเสื่อรองคลาน หน้าตาไม่ค่อยแฮปปี้ เลยรู้สึกเกร็งตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
จริงๆ แล้ว ท่าฝึกนอนคว่ำทารก มีหลายแบบ ปรับได้ตามวัยและนิสัยลูก ลองใช้ท่าเหล่านี้ช่วยให้ทัมมี่ไทม์นุ่มนวลขึ้น
เป็นท่าที่เหมาะมากสำหรับ ทัมมี่ไทม์สำหรับทารกแรกเกิด
ร่างกายคุณอุ่น กลิ่นและเสียงหัวใจคุ้นเคย ใบหน้าคุณก็อยู่ใกล้ๆ เด็กส่วนใหญ่จะรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายมากกับท่านี้
อีกท่าง่ายๆ ที่ทำได้แทบทุกเวลา
ท่านี้เหมาะสำหรับทำสั้นๆ เช่นหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือก่อนอุ้มเข้าคาเรียร์
พอเริ่มมั่นใจขึ้น อยากให้ลูก การนอนคว่ำทารก บนพื้นจริงๆ
ผ้าขนหนูที่ช่วยดันช่วงอกทำให้ลูกยกศีรษะได้ง่ายขึ้น และสบายกว่าการนอนราบกับพื้น
นอกจากนี้ยังลองปรับท่าอื่นได้ เช่น
ไม่ว่าท่าไหน สิ่งที่ห้ามลืมคือ
อย่าปล่อยให้ลูกนอนคว่ำตามลำพังเด็ดขาด ต้องมีผู้ใหญ่เฝ้าดูใกล้ๆ เสมอ
ถ้าทัมมี่ไทม์กลายเป็นสงครามร้องไห้ทุกครั้ง คนเหนื่อยก็ทั้งลูกทั้งพ่อแม่ ลองปรับนิดหน่อยให้เวลานอนคว่ำสนุกขึ้น เบาขึ้น
แทนที่จะนั่งห่างๆ มองจากด้านบน ลองนอนตะแคงหรือนอนคว่ำลงไปใกล้ๆ ให้ใบหน้าคุณอยู่ ตรงหน้าลูกพอดี
สบตา ยิ้ม ทำหน้าตลกๆ เด็กเล็กชอบมองหน้าและแสดงสีหน้าของคนที่เขารักมากกว่าของเล่นชนิดไหน
อย่าลืมว่าการอยู่ใกล้ๆ ของคุณคือของเล่นชิ้นสำคัญที่สุดในช่วงทัมมี่ไทม์
ไม่จำเป็นต้องมีของเล่นเต็มบ้าน แค่เลือกของที่ช่วยดึงดูดความสนใจนิดหน่อย เช่น
วางของเล่น ใกล้ๆ ระดับสายตา อย่าวางไกลเกินไป แล้วลองค่อยๆ ขยับจากซ้ายไปขวาให้เขามองตาม
เสียงของพ่อแม่คือเสียงที่เด็กคุ้นเคยที่สุด
ลอง
สิ่งเหล่านี้นอกจากช่วยให้ลูกเพลิน ยังช่วยพัฒนาภาษาไปพร้อมกันด้วย
โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ ให้คิดว่า คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณเวลา
ทัมมี่ไทม์แบบมีความสุข 2 นาที มีประโยชน์มากกว่าการฝึกฝืน 10 นาทีที่เต็มไปด้วยน้ำตา
ถ้าเริ่มเห็นว่าลูกเริ่มหงุดหงิด ลองอุ้มกอด ปลอบก่อน หยุดในจังหวะที่ยังไม่ร้องหนัก จะทำให้เขาไม่รู้สึกติดลบกับท่านอนคว่ำ
เด็กหลายคนไม่ชอบนอนคว่ำตั้งแต่ครั้งแรกๆ เป็นเรื่องปกติมาก ไม่ได้แปลว่าคุณทำอะไรผิด
ถ้าลูกดูไม่ปลื้มทัมมี่ไทม์ ร้องไห้ทุกครั้งที่วางคว่ำ ลองวิธีเหล่านี้
เริ่มจากนอนคว่ำบนอกก่อน
เด็กส่วนใหญ่ยอมรับการนอนคว่ำบนตัวพ่อแม่ได้ง่ายกว่าไปนอนคว่ำบนพื้น เพราะอุ่น ใกล้ชิด และรู้สึกปลอดภัย
ทำทีละสั้นมากๆ ก่อน
เริ่มจาก 30 วินาทีถึง 1 นาที ก็พอ จากนั้นอุ้มขึ้นก่อน แล้วค่อยเพิ่มเวลาเป็นทีละนิดเมื่อเขาเริ่มชิน
เลือกจังหวะเวลาให้ดี
เลี่ยงตอนหิวจัด ง่วงจัด หรือเล่นมาเหนื่อยแล้ว
ช่วงที่มักเวิร์กคือ หลังตื่นนอน แล้วพออิ่มนมประมาณหนึ่ง ยังไม่จุกแน่นท้อง
ใช้การเคลื่อนไหวช่วย
การโยกเบาๆ ตอนนอนพาดตัก หรือวางนอนคว่ำบนบอลโยคะใบใหญ่แล้วคุณจับแน่นๆ โยกเบาๆ (สำหรับเด็กโตขึ้นหน่อยและต้องระวังมาก) จะช่วยให้ลูกผ่อนคลายขึ้น
ลองเปลี่ยนพื้นผิวรอง
เด็กบางคนไม่ชอบพื้นแข็ง บางคนไม่ชอบผ้าฟูๆ ลองสลับใช้เสื่อรองคลาน ผ้าห่ม ผ้านุ่ม หรือผิวสัมผัสต่างๆ ดู
สำคัญที่สุดคือ อย่าฝืน
ถ้าลูกร้องหนัก ตัวเกร็ง แสดงว่าเขาไม่ไหวจริงๆ ให้รีบอุ้มกอดปลอบก่อน แล้วค่อยลองใหม่ทีหลังด้วยท่าอื่นหรือเวลาที่สั้นลง
คุณไม่ได้ล้มเหลวถ้าลูกร้องระหว่างทำทัมมี่ไทม์
มันคือการเรียนรู้ร่วมกันของทั้งพ่อแม่และลูกมากกว่า
มีบางช่วงเวลาที่ควรเลี่ยง การนอนคว่ำทารก แม้ทัมมี่ไทม์จะดีแค่ไหนก็ตาม
ทันทีหลังให้นมเสร็จใหม่ๆ
การให้ลูกนอนคว่ำราบหลังมื้อใหญ่อาจทำให้แน่นท้อง ไม่สบายตัว และสำรอกได้มากขึ้น ควรรอให้ย่อยสักพัก
ตอนที่ลูก หิวจัดหรือง่วงจัด
ช่วงนี้เขาจะไม่มีแรงใจมาฝึกอะไรทั้งนั้น มีแต่ร้องไห้แน่นอน
เมื่อลูก ไม่สบาย มีไข้ หรือดูอ่อนเพลียผิดปกติ
ควรโฟกัสที่การพักผ่อนและการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์
ถ้าลูกมีภาวะพิเศษ เช่น โรคหัวใจแต่กำเนิด กล้ามเนื้อตึงหรือหย่อนผิดปกติ หรือมีปัญหาเรื่องกรดไหลย้อนรุนแรง ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเด็กก่อน ว่า ทัมมี่ไทม์ วิธีทำ แบบไหนที่เหมาะสมและปลอดภัย สำหรับลูกของคุณ
ทัมมี่ไทม์ หรือ การนอนคว่ำทารก มีประโยชน์ชัดเจนทั้งด้านกล้ามเนื้อ พัฒนาการการเคลื่อนไหว และช่วย ป้องกันศีรษะแบนทารก
ยังเป็นโอกาสดีๆ ให้ได้กอดเล่น สบตา ยิ้มให้กันในช่วงวัยที่ผ่านไปไวมากด้วย
แต่อย่าลืมว่า นี่ไม่ใช่ข้อสอบให้คุณต้องทำได้เป๊ะทุกวัน
บางวันคุณอาจทำได้ครบวันละ 2 - 3 รอบ
แต่บางวันอาจวุ่นจนถึงหัวค่ำแล้วพึ่งนึกได้ว่า “วันนี้ยังไม่ได้ให้ลูกนอนคว่ำเลย” เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับพ่อแม่แทบทุกบ้าน
สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือ
ถ้าคุณยังคง “เสนอ” ให้ลูกนอนคว่ำทีละเล็กทีละน้อย ลูกจะค่อยๆ แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่แทบไม่รู้ตัว
วันหนึ่งคุณอาจมองลงไป แล้วเห็นเขายันตัวขึ้นบนท่อนแขนได้เอง หรือกลิ้งจากคว่ำเป็นหงายได้ แล้วคุณจะเผลอพูดกับตัวเองว่า
«เฮ้ย หนูทำได้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย»
นี่แหละคือเสน่ห์เงียบๆ ของทัมมี่ไทม์ และพัฒนาการทารก นอนคว่ำที่ค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับคุณและลูก