ท่อน้ำนมอุดตัน หรือ เต้านมอักเสบ? วิธีสังเกต แยกอาการ และแนวทางรักษาสำหรับแม่ให้นม

คุณแม่ตรวจเต้านมด้วยมือก่อนให้นม

ช่วงสัปดาห์แรก ๆ ของการให้นมลูก หลายคนรู้สึกเหมือนทำงานเต็มเวลา ทั้งง่วง เพลีย เจ็บเต้านม อารมณ์เหวี่ยง และยังต้องคอยเช็กตลอดว่าอะไรคือภาวะปกติ อะไรเริ่มผิดปกติไปแล้ว พออยู่ ๆ เต้านมปวดร้อน บวม แข็งเป็นก้อนขึ้นมา ก็อดตกใจไม่ได้

บทความนี้เขียนไว้สำหรับคุณแม่ที่กำลังคิดอยู่ในใจว่า
„นี่มันท่อน้ำนมอุดตันหรือเต้านมอักเสบ (mastitis) กันแน่ แล้วเราควรทำยังไงดี?“

เราจะค่อย ๆ ไล่ไปทีละเรื่อง ทั้งเรื่อง ท่อน้ำนมอุดตัน vs เต้านมอักเสบ, วิธีสังเกตอาการต่าง ๆ, สิ่งที่ปลอดภัยให้ทำเองที่บ้าน, ช่วงไหนควรไปพบแพทย์ และตอนไหนถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน จุดประสงค์คือช่วยให้คุณแม่ยังให้นมต่อได้หากต้องการ ดูแลสุขภาพของตัวเอง และลดความเครียดให้เบาลงสักหน่อย


ท่อน้ำนมอุดตันคืออะไร

ท่อน้ำนมอุดตัน เกิดจากการที่น้ำนมระบายออกไม่ดีจากบางส่วนของเต้านม น้ำนมค้างอยู่ด้านหลัง ทำให้บริเวณนั้นบวมและเจ็บ

พบได้บ่อยมากในช่วง ไม่กี่สัปดาห์แรกหลังคลอด ตอนที่ปริมาณน้ำนมยังไม่นิ่ง และจังหวะการดูดนมของลูกยังไม่เป็นเวลา

อาการท่อน้ำนมอุดตัน ที่มักเจอ คือ

  • มีก้อนหรือบริเวณแข็ง ๆ เจ็บเฉพาะที่ในเต้านม
  • เวลาให้ลูกดูด บริเวณนั้นจะปวดจี๊ด แสบร้อน
  • ผิวหนังเหนือก้อนอาจดูชมพู ๆ แดงอ่อน ๆ แต่ไม่แดงจัด
  • โดยรวมมักจะ ยังรู้สึกสบายดี ไม่มีไข้ หรือมีไข้ขึ้นนิดเดียว
  • อาการปวดจะอยู่แค่จุด ๆ ไม่ได้ปวดทั้งเต้า

หลายคนอธิบายความรู้สึกได้ชัดมากว่า „เหมือนมีก้อนหินเล็ก ๆ ฝังอยู่ในรอยฟกช้ำ“

ถ้าเริ่มดูแลเร็ว ๆ ท่อน้ำนมอุดตัน มักจะดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง


ทำไมถึงเกิดท่อน้ำนมอุดตัน

จริง ๆ แล้วท่อน้ำนมอุดตันคือปัญหาเรื่องการระบายออก น้ำนมผลิตได้ตามปกติ แต่บางส่วนออกไม่หมดหรือติดขัด

สาเหตุที่พบบ่อย เช่น

  • ให้นม/ปั๊มนมไม่บ่อยพอ

    • เว้นช่วงให้นมนานเกินไป เช่น ลูกหลับยาวตอนกลางคืน หรือเผลอข้ามมื้อนม
    • อยู่ข้างนอก ติดธุระ หรือพยายามฝึกลูกให้กินเป็นเวลาเลยดึงระยะห่างออกไปนาน
  • มีแรงกดทับเต้านม

    • ใส่ ชุดชั้นในรัดแน่น เสื้อในกีฬา โดยเฉพาะแบบมีโครงลวดหรือมีตะเข็บแข็ง ๆ กดเต้า
    • สายกระเป๋าถือหรือเป้สะพายกดอยู่ตรงจุดเดิมนาน ๆ
    • นอนทับเต้านมข้างใดข้างหนึ่งเป็นเวลานาน โดยไม่มีตัวช่วยพยุง
  • ปัญหาการอมเต้าหรือท่าทางการให้นม

    • ลูกอมไม่ลึก หรือดูดแล้วระบายบางส่วนของเต้านมไม่ดี
    • ชอบกินข้างเดิม ท่าเดิมตลอด ทำให้บางท่อน้ำนมไม่ค่อยได้ใช้งาน
  • การเปลี่ยนรูปแบบการให้นมแบบกะทันหัน

    • อยู่ ๆ ลูกนอนยาวขึ้นในตอนกลางคืน
    • เริ่มใช้นมผสมร่วม หรือลดจำนวนมื้อนมเร็วเกินไป

บางทีเรื่องเล็ก ๆ อย่างเครียดมาก ดื่มน้ำน้อย หรือมัวทำโน่นทำนี่จนลืมนั่งให้นมเป็นเรื่องเป็นราว ก็มีส่วนให้น้ำนมค้างง่ายขึ้นเหมือนกัน ร่างกายกำลังทำงานหนัก ต้องการทั้งการระบายและการพักผ่อนที่สม่ำเสมอ


วิธีรักษาท่อน้ำนมอุดตันที่บ้าน

ข่าวดีคือ ส่วนใหญ่แล้ว ท่อน้ำนมอุดตัน ดูแลเบื้องต้นเองที่บ้านได้ ถ้าเริ่มเร็ว มีโอกาสสูงที่จะไม่ลุกลามไปเป็นเต้านมอักเสบ (mastitis)

1. ให้นมถี่ ๆ และเริ่มให้นมฝั่งที่อุดตันก่อน

ตั้งเป้าให้ลูก ดูดนมทุก 2-3 ชั่วโมง รวมถึงกลางคืน อย่างน้อยสัก 1-2 วัน

  • ทุกครั้งที่ให้นม ให้เริ่มจากเต้าที่มีปัญหา เพราะช่วงเริ่มดูดลูกจะดูดแรงที่สุด ช่วยเปิดท่อได้ดี
  • ปล่อยให้ลูกดูดข้างนั้นจนพอใจ แล้วค่อยสลับไปอีกข้าง

ถ้าลูกดูดไม่หมดหรือคุณแม่ยังรู้สึกตึงเต้าอยู่ สามารถ บีบมือหรือปั๊มเพิ่มเล็กน้อย เพื่อระบาย แต่ไม่ควรปั๊มจนเต้าโล่งสนิทตลอดทั้งวัน เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้ผลิตเพิ่ม เลยกลายเป็นน้ำนมคัดมากกว่าเดิม

2. นวดเต้านม ท่อน้ำนมอุดตัน

การนวดอาจรู้สึกเจ็บหน่อย แต่ช่วยให้น้ำนมเคลื่อนตัวผ่านท่อได้ดีขึ้น เป็นหนึ่งใน วิธีรักษาท่อน้ำนมอุดตัน ที่ได้ผล

ขั้นตอนง่าย ๆ

  • ก่อนนวด ล้างมือให้สะอาด
  • คลำหาก้อนแข็งหรือบริเวณที่หนา ๆ เจ็บ ๆ
  • ใช้ปลายนิ้วหรือฝ่ามือ นวดจากด้านหลังของก้อน ไล่เข้าหาหัวนม นึกภาพเหมือนกดแล้วรูดไปทางหัวนม
  • ระหว่างที่ลูกกำลังดูดนม สามารถใช้นิ้วกดเบา ๆ ที่ก้อน แล้วลูบไล่เข้าหาหัวนมไปพร้อมกัน

การนวดควรจะ แน่นพอประมาณแต่ไม่รุนแรง ถ้าแรงจนช้ำเป็นรอยเขียว แปลว่าแรงไป

3. ประคบอุ่นช่วยเปิดท่อ

ความอุ่นช่วยให้น้ำนมไหลดีขึ้น ลดอาการน้ำนมคัดตึง

  • ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาด ๆ หรือแผ่นเจลประคบร้อน (ห่อด้วยผ้าบาง) ประคบประมาณ 5-10 นาที ก่อนให้นม
  • หรืออาบน้ำอุ่น แล้วอาศัยแรงน้ำและการนวดไปพร้อมกัน

พอเต้านมเริ่มอุ่น ให้รีบเอาลูกเข้าเต้าทันที เพื่อน้ำนมได้ไหลออกตอนท่อเปิดดี

หลีกเลี่ยงการใช้ของร้อนจัด เช่น กระเป๋าน้ำร้อนแนบกับผิวโดยตรง เพราะได้แผลน้ำร้อนลวกเพิ่มมาอีกปัญหา

4. เปลี่ยนท่ากินนมช่วยระบายน้ำนมส่วนที่ตัน

แต่ละท่าดูดนมจะช่วยระบายน้ำนมจากบริเวณไม่เหมือนกัน การสลับท่าจึงช่วยได้เวลาเจอท่อน้ำนมอุดตัน

ไอเดียท่าที่ลองได้ เช่น

  • ท่า „จมูกชี้ก้อน“ หรือ „คางชี้ก้อน“: พยายามจัดให้จมูกหรือคางของลูกหันไปทางบริเวณที่มีก้อน เพราะส่วนนี้ของปากลูกจะดึงน้ำนมได้ดี
  • ท่าฟุตบอล (rugby hold): อุ้มลูกแนบลำตัวไปด้านข้าง ใต้รักแร้ เหมาะสำหรับก้อนที่อยู่ด้านนอกของเต้านม
  • ท่านอนตะแคงให้นม: คุณแม่นอนตะแคง ลูกนอนหันหน้าเข้าหา เหมาะมากสำหรับตอนกลางคืนและช่วยให้แม่ได้พัก
  • ท่าเอนกึ่งนอน (laid-back): คุณแม่เอนหลังบนโซฟาหรือเตียง ลูกนอนบนหน้าอก ปล่อยให้น้ำนมไหลตามแรงโน้มถ่วง

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนท่าซับซ้อนมาก เลือกสัก 1-2 ท่าที่ทำได้ แล้วลองหมุนเวียนทั้งวัน

5. พักผ่อน ดื่มน้ำ และอ่อนโยนกับตัวเอง

หลายคนอาจกลอกตาเมื่อได้ยินคำว่า „พักเยอะ ๆ นะคะ“ ในช่วงที่มีลูกเล็ก แต่ร่างกายฟื้นตัวได้ดีกว่าจริง ๆ เมื่อเราไม่ใช้พลังเกินตัว

  • ลองนอนให้นม หรือนอนหลับพร้อมลูกบ้างในช่วงกลางวัน
  • วางขวดน้ำไว้ทุกจุดที่ให้นม ป้อนลูกทีไรให้ตัวเองดื่มน้ำตามทุกครั้ง
  • กินอาหารง่าย ๆ แต่มีประโยชน์ ไม่จำเป็นต้องหรู ขอให้ได้พลังงาน เช่น ข้าวกับไข่ต้ม ขนมปังทาเนยถั่วก็ยังดี

หลายเคสท่อน้ำนมตัน ทำดีขึ้นได้ด้วยสามอย่างนี้ ให้นมบ่อย นวดเต้านม ท่อน้ำนมอุดตัน ประคบอุ่น และเปลี่ยนท่าให้นม บวกกับการพักผ่อนสักนิด

ถ้าทำแล้วไม่ดีขึ้น หรือเริ่มปวดมาก แดง ร้อน มีไข้ แปลว่าอาจเริ่มมีการติดเชื้อ นั่นคือจุดที่ต้องระวัง „เต้านมอักเสบ / mastitis“


จากท่อน้ำนมอุดตันไปสู่เต้านมอักเสบ อะไรเปลี่ยนไป

เต้านมอักเสบ (mastitis) คือภาวะเต้านมอักเสบ ซึ่งมักเริ่มจากท่อน้ำนมอุดตันแล้วเชื้อแบคทีเรีย (ที่อยู่บนผิวหนังหรือในปากลูกอยู่แล้ว) แทรกซ้อนเข้าไปเกิดการติดเชื้อ

ความแตกต่างสำคัญของ ท่อน้ำนมอุดตัน vs เต้านมอักเสบ คือ ความรู้สึกโดยรวมทั้งตัว ไม่ใช่แค่เต้านมอย่างเดียว

อาการเต้านมอักเสบที่ต้องจับตา

อาการมาสติติส ไข้ หนาวสั่น และอาการอื่น ๆ ของเต้านมอักเสบที่พบได้บ่อย เช่น

  • มีบริเวณหนึ่งของเต้านมที่ แดงจัด ร้อน เจ็บมาก
    • สีแดงมักเป็นปื้นหรือเป็นลิ่ม ๆ แผ่กว้างออกจากบริเวณที่เคยเป็นก้อนท่อน้ำนมอุดตัน
  • ผิวหนังบริเวณนั้นอาจตึง มันเงา กดแล้วเจ็บมาก
  • มีไข้ มากกว่า 38.5 องศาเซลเซียส
  • รู้สึกเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่ ปวดเมื่อยทั้งตัว หนาวสั่น ปวดหัว อ่อนเพลียมาก
  • ความรู้สึกโดยรวมคือ „อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกป่วยหนัก เหมือนโดนรถชน“

อาจยังมีก้อนแข็งเหมือนเดิม เพราะต้นตอคือท่อน้ำนมอุดตัน แต่ตอนนี้บวมอักเสบรอบ ๆ มากขึ้น

ถ้าคุณแม่มีเต้านมแดงร้อน ปวดมาก และมีอาการเหมือนจะเป็นไข้หวัดใหญ่ ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าอาจเป็น เต้านมอักเสบ / mastitis แล้วรีบจัดการ


มาสติติส อาการและการรักษา

เต้านมอักเสบส่วนใหญ่รักษาได้ดี โดยเฉพาะถ้ารู้ตัวและไปพบแพทย์เร็ว เป้าหมายการรักษาคือ

  • ระบายน้ำนมที่คั่งค้างออก
  • รักษาการติดเชื้อถ้ามี
  • บรรเทาปวด และช่วยให้คุณแม่ยังให้นมต่อได้ถ้าต้องการ

1. ยังให้นมต่อ หรือบีบ/ปั๊มระบายทั้งสองข้าง

หยุดให้นมทันทีแบบกะทันหันจะทำให้ เต้านมอักเสบแย่ลง เพราะน้ำนมค้างเพิ่ม ความดันในเต้าสูงขึ้น ปวดมากกว่าเดิม

โดยทั่วไปถือว่า ยังให้นมจากเต้าที่อักเสบได้อย่างปลอดภัย น้ำนมไม่เป็นอันตรายต่อลูก และถ้าต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แพทย์จะเลือกตัวที่ใช้ได้ในคุณแม่ที่ให้นมอยู่

  • ให้นมถี่เหมือนเดิม เริ่มจากเต้าที่เจ็บถ้าทนได้
  • ถ้าเจ็บเกินกว่าจะให้ลูกดูด ลอง บีบมือหรือใช้เครื่องปั๊มนมเบา ๆ เพื่อให้มีการระบายออกแทน
  • ไม่จำเป็นต้องปั๊มให้ „เกลี้ยงเต้า“ ทุกชั่วโมง แค่ให้ระบายพอรู้สึกสบาย ไม่ตึงจวนแตกก็พอ

2. มีไข้ควรพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง

ถ้ามีอาการเข้าได้กับเต้านมอักเสบ โดยเฉพาะ มีไข้เกิน 38.5 องศาเซลเซียส ควรไปพบ แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป แพทย์สูติ-นรีเวช หรือแพทย์ที่โรงพยาบาล/คลินิกใกล้บ้าน ภายใน 24 ชั่วโมง อย่ารอดูอาการหลายวัน

ตอนพบแพทย์

  • บอกให้ชัดว่ากำลังให้นมลูกอยู่ และสงสัยเต้านมอักเสบ
  • เล่าให้ฟังว่าเริ่มปวด ก้อนแดง และเริ่มมีไข้มานานกี่วันแล้ว
  • กล้าถลกเสื้อให้หมอดูบริเวณที่แดงชัด ๆ เพื่อวางแผนรักษาได้ถูก

แพทย์มักให้ ยาปฏิชีวนะที่ใช้ได้ในช่วงให้นม ระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน ให้ทานให้ครบตามที่สั่ง แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันการกลับมาอักเสบซ้ำ หรือดื้อยา

ในประเทศไทย สามารถปรึกษาได้ที่

  • แผนกสูติ-นรีเวชหรือกุมารเวชของโรงพยาบาลรัฐและเอกชน
  • คลินิกนมแม่ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยหลายแห่ง
  • สายด่วนกรมอนามัยหรือหน่วยงานสาธารณสุขในจังหวัด เพื่อขอข้อมูลแหล่งให้คำปรึกษาเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

3. พักเยอะ ๆ และดื่มน้ำให้พอ

เต้านมอักเสบคือสัญญาณที่ร่างกายบอกว่า „ถึงเวลาลดโหมดสู้ชีวิตลงบ้าง“

  • ถ้าทำได้ ลองนอนพักทั้งวันกับลูกบนเตียง ให้ลูกดูดนมไป พักไป
  • ดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มเกลือแร่บ่อย ๆ กินอาหารอ่อน ย่อยง่ายแต่ได้พลัง
  • ขอความช่วยเหลือจากคนรอบตัวเรื่องงานบ้าน ดูแลลูกคนโต หรือจัดการอาหารการกิน สัปดาห์นี้ไม่ใช่เวลาพิสูจน์ความแกร่งของตัวเอง

4. ยาแก้ปวดและลดการอักเสบ

คุณแม่มีสิทธิ์ กินยาแก้ปวด ไม่ต้องทนทรมาน

  • มักแนะนำให้ใช้ ไอบูโพรเฟน เพราะช่วยทั้งลดปวดและลดการอักเสบได้ดี
  • สามารถใช้ พาราเซตามอล ร่วมด้วยได้ในหลายกรณี

ทั้งสองชนิดโดยทั่วไปใช้ได้ในคุณแม่ให้นม แต่ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อให้เหมาะกับสุขภาพของแต่ละคน (เช่น มีโรคกระเพาะ โรคตับ ไต ความดันโลหิตสูง ฯลฯ)

หลายคนยังช่วยบรรเทาได้ด้วย

  • ประคบอุ่นก่อนให้นม เพื่อเปิดท่อน้ำนม ลดน้ำนมคัด
  • ประคบเย็นหลังให้นม เพื่อลดบวมและช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น

อย่าลืมห่อก้อนน้ำแข็งหรือเจลเย็นด้วยผ้าบาง ๆ ก่อนประคบ เพื่อป้องกันผิวหนังระคายเคือง


ป้องกันเต้านมอักเสบ ขณะให้นม

ถึงจะป้องกันได้ไม่ 100% โดยเฉพาะช่วงแรกที่ทุกอย่างยังไม่ลงตัว แต่มีหลายอย่างที่ช่วยลดโอกาสเกิด ท่อน้ำนมอุดตัน น้ำนมคัด และเต้านมอักเสบ ได้

เคล็ดลับหลัก ๆ คือ

1. ให้นมตามสัญญาณหิวของลูก ไม่ดึงระยะห่างนานเกินไป

พยายามอย่ายืดช่วงแต่ละมื้อนมนานเกินไป โดยเฉพาะใน 2-3 เดือนแรก

  • เสนอเต้าเมื่อเห็นสัญญาณหิวแรก ๆ เช่น ขยับตัว กลอกตาหา จับมือเข้าปาก หัวส่ายหาหน้าอก
  • ถ้าเต้านมรู้สึกแน่นตึงมาก ๆ ทั้งที่ลูกยังไม่ถึงเวลาตื่น ลองปลุกมาดูด หรือบีบ/ปั๊มออกเล็กน้อยให้รู้สึกสบาย

2. ระวังเสื้อในรัดแน่น และแรงกดเต้านมตอนนั่ง-นอน

ชุดชั้นในก่อนท้องอาจต้องพักเก็บไว้ก่อน

  • เลือกใช้ เสื้อในให้นมแบบนิ่ม ใส่สบาย ไม่มีโครงลวด และไม่รัดแน่น
  • เลี่ยงสปอร์ตบราแบบรัดรูป หรือชุดกระชับสัดส่วนที่บีบเนื้อเต้านม
  • ระวังสายกระเป๋า เป้ หรือสายสะพายเป้อุ้มลูกที่กดเฉพาะจุดนาน ๆ

ถ้าตื่นมารู้สึกเจ็บเต้าตรงด้านที่นอนทับ ลองปรับ ท่านอนไม่ให้กดเต้านม เช่น หนุนหมอนรองแขนหรือเต้านมให้ไม่ถูกกดจนเกินไป

3. เปลี่ยนท่าให้นมบ้างเป็นระยะ

การสลับท่าดูดนมช่วยให้ท่อน้ำนมทุกส่วนได้รับการระบายสม่ำเสมอ

ไม่ต้องถึงขั้นทำตารางท่าให้นม แค่พยายามอย่าให้นมด้วยท่าเดิมตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะถ้าเริ่มรู้สึกว่าบริเวณใดบริเวณหนึ่งเป็นก้อนง่าย

4. หย่านมแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หยุดทันที

การหยุดให้นมแบบฉับพลัน หรือหักดิบหลายมื้อพร้อมกัน อาจทำให้ น้ำนมคัดจัด ท่อน้ำนมอุดตัน และเต้านมอักเสบ ได้

ถ้าเริ่มคิดจะหย่านม

  • ลดลงทีละ 1 มื้อ ทิ้งระยะสัก 3-5 วันให้เต้าปรับตัว
  • พอเต้าหายคัดแล้วค่อยตัดอีก 1 มื้อ
  • ถ้าเต้าคัดจนเจ็บมาก ให้ บีบมือหรือปั๊มออกแค่พอหายตึง อย่าปั๊มออกจนเต้าโล่ง เพราะร่างกายจะเข้าใจว่าต้องผลิตต่อเท่าเดิม

แม้ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องหยุดให้นมเร็ว เช่น แม่หรือลูกเข้าโรงพยาบาล ก็ยังพยายามปรับลดทีละนิดเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน


เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ เรื่องท่อน้ำนมอุดตันและเต้านมอักเสบ

บางจังหวะสามารถดูแลเองที่บ้านก่อนได้ แต่บางครั้งต้องรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรรอ

ควรไปพบแพทย์ หรือห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ภายใน 24 ชั่วโมง ถ้า

  • มีอาการเข้าได้กับ เต้านมอักเสบ / mastitis เช่น
    • ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส
    • ปวดเมื่อยทั้งตัว หนาวสั่น เหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่
    • เต้านมแดงจัด ร้อน ปวดมาก เป็นปื้นชัดเจน
  • อาการ ท่อน้ำนมอุดตัน ไม่ดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง ทั้งที่ลองให้นมบ่อย ๆ นวด ประคบอุ่น เปลี่ยนท่าแล้ว
  • รู้สึกไม่สบายตัวมาก วิงเวียน คล้ายจะเป็นลม
  • อยู่ในระหว่าง ตั้งครรภ์อีกครั้ง แล้วมีอาการเต้านมแดงบวมร่วมกับไข้

ถ้าไม่แน่ใจว่าจะต้องไปโรงพยาบาลเลยหรือไม่ สามารถโทรปรึกษา

  • โรงพยาบาลใกล้บ้าน
  • สายด่วนกรมอนามัย หรือหน่วยบริการสาธารณสุขที่ดูแลอยู่
    เพื่อให้ช่วยประเมินว่าอาการระดับนี้ควรไปพบแพทย์ทันทีหรือเฝ้าดูที่บ้านก่อนได้

เมื่อไหร่คือภาวะฉุกเฉิน เสี่ยงฝีที่เต้านม

ส่วนใหญ่เต้านมอักเสบจะดีขึ้นชัดเจนใน 24-48 ชั่วโมงหลังเริ่มยาปฏิชีวนะ ร่วมกับการพักและระบายน้ำนมดี ๆ แต่บางรายการอักเสบอาจลุกลามกลายเป็น ฝีที่เต้านม คือมีโพรงหนองเกิดขึ้นภายใน

สัญญาณเตือน ได้แก่

  • หลังจากกินยาปฏิชีวนะมาแล้ว อย่างน้อย 48 ชั่วโมง และพยายามระบายน้ำนมดีแล้ว แต่อาการกลับ แย่ลงหรือไม่ดีขึ้นเลย
  • คลำได้เป็นก้อนนิ่ม ๆ ยวบ ๆ คล้ายถุงน้ำหรือ „ลูกโป่งน้ำ“ ใต้ผิวหนัง (เรียกว่าเป็นก้อนแบบ fluctuant)
  • ปวดมากเฉพาะจุดเดียว ผิวหนังแดงจัดหรือมันเงา
  • ยังมีไข้สูง รู้สึกป่วยหนัก อ่อนเพลียมาก

กรณีนี้ไม่ใช่ปัญหาที่ควรรอดูต่อที่บ้านแล้ว

จำเป็นต้อง ไปโรงพยาบาลด่วน อาจเป็นห้องฉุกเฉิน หรือให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเต้านมหรือศัลยแพทย์ตรวจประเมิน ฝีที่เต้านมมักต้องระบายหนองออก อาจใช้เข็มเจาะดูดภายใต้คลื่นเสียงความถี่สูง (อัลตราซาวด์) หรือผ่าระบายหนองร่วมกับยาปฏิชีวนะ

ไม่ต้องเกรงใจหรือกลัวว่าจะไป „จุกจิกเกินไป“ เพราะ ฝีเต้านมเป็นเรื่องใหญ่ ต้องรีบรักษา ยิ่งไปเร็วเท่าไร การรักษายิ่งง่ายลง โอกาสกลับมาให้นมต่อก็สูงขึ้น


ท่อน้ำนมตันหรือเต้านมอักเสบ ไม่ได้แปลว่าคุณแม่ล้มเหลว

ปัญหา ท่อน้ำนมอุดตัน น้ำนมคัด และเต้านมอักเสบ เป็นเรื่องของ „เทคนิคและสภาพร่างกายช่วงให้นม“ ไม่ใช่หลักฐานว่าคุณแม่ทำอะไรผิด หรือร่างกายไม่ดีพอ

คุณแม่ไทยและคุณแม่ทั่วโลกจำนวนมากเคยผ่านทั้ง ปวดเต้านม หลังคลอด ท่อน้ำนมตัน ทำไงดี mastitis มาสติติส อาการและการรักษา กันมาแล้ว โดยเฉพาะในช่วง 6-8 สัปดาห์แรกที่ทุกอย่างยังปรับตัว

ถ้าดูแลให้ถูกวิธี รู้สัญญาณเตือน และได้รับกำลังใจที่ดี ส่วนใหญ่หายได้และยัง ให้นมต่อตามที่ตัวเองต้องการ ได้สบาย

ถ้าตอนนี้คุณกำลังเจ็บอยู่ ลองสรุปขั้นตอนง่าย ๆ

  • เริ่มจาก ให้นมถี่ ๆ และเริ่มให้นมฝั่งที่อุดตันก่อน ทุกครั้งถ้าทนไหว
  • ใช้ นวดเต้านม ท่อน้ำนมอุดตัน ประคบอุ่น เปลี่ยนท่าให้นม เพื่อช่วยเปิดท่อ
  • เฝ้าดูอาการ เช่น ไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยทั้งตัว เต้านมแดงร้อน ว่ามีหรือไม่
  • ถ้าเริ่มเข้าได้กับ อาการเต้านมอักเสบ / อาการมาสติติส ไข้ หนาวสั่น ให้ รีบพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง และแจ้งว่ากำลังให้นมอยู่ เพื่อเลือกยาที่ปลอดภัย
  • ขอความช่วยเหลือจากคุณหมอ พยาบาล แผนกนมแม่ กลุ่มแม่ให้นม หรือหน่วยงานสาธารณสุขใกล้บ้าน

คุณแม่ไม่จำเป็นต้องนั่งเจ็บ นั่งกังวล หรือกูเกิลคำว่า „ท่อน้ำนมตัน ทำไงดี“ คนเดียวตอนตีสาม ลองยื่นมือออกไปขอความช่วยเหลือ ดูแลตัวเองเหมือนที่คุณดูแลลูก เพราะสุขภาพของแม่สำคัญไม่แพ้สุขภาพของลูกเลย


เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ควรใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ กุมารแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอื่น ๆ หากคุณมีคำถามหรือข้อกังวลใด ๆ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
เราในฐานะนักพัฒนาแอป Erby ขอปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจใด ๆ ที่คุณทำโดยอาศัยข้อมูลนี้ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ส่วนบุคคล

บทความเหล่านี้อาจน่าสนใจสำหรับคุณ

Erby — แอปติดตามทารกสำหรับทารกแรกเกิดและแม่ให้นม

ติดตามการให้นม การปั๊มนม การนอนหลับ ผ้าอ้อม และพัฒนาการสำคัญ