อาหารแม่ให้นมลูก: กินอะไรได้ กินอะไรดี ต้องจำกัดอะไรบ้าง ตามหลักฐานทางการแพทย์

แม่ให้นมถือแก้วน้ำพร้อมอาหารสุขภาพบนโต๊ะ

ถ้าคุณกำลังให้นมลูก แล้วเริ่มงงว่าตกลงตัวเอง «กินอะไรได้บ้าง» หรืออะไรบ้างที่ «ห้ามกินเด็ดขาด» คุณไม่ใช่คนเดียวแน่นอน ญาติผู้ใหญ่บอกอย่างหนึ่ง เพจคุณแม่ในโซเชียลบอกอีกอย่าง กูเกิลก็ว่ามาอีกแบบ สุดท้ายกลายเป็นรู้สึกว่าทุกอย่างบนจานอาจเป็นภัยต่อลูกไปหมด

แต่ความจริงที่มักถูกกลบไปคือ
แม่ให้นมส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องคุมอาหารแบบเคร่งครัด ค่ะ

ร่างกายของเราเก่งมาก มันผลิตนมแม่ได้จากอาหารที่หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องงดนมวัวเผื่อไว้ ไม่ต้องกินแต่ข้าวต้มอกไก่จืดหลายเดือน และไม่ต้องตกใจทุกครั้งที่อยากกินส้มตำปูปลาร้า

บทความนี้จะสรุปให้ว่า อาหารแม่ให้นมลูกควรกินอะไรได้ กินอะไรดี อะไรที่ควรจำกัดจริงๆ และอะไรคือความเชื่อที่ไม่จำเป็นต้องแคร์ เน้นข้อมูลอ้างอิงจากหลักฐานทางการแพทย์ ปรับใช้ได้จริงในชีวิตแม่ไทยที่บางวันยังไม่มีเวลาตักข้าวเข้าปากด้วยซ้ำ


ความเชื่อใหญ่ที่สุด: ให้นมลูกไม่จำเป็นต้องคุมอาหารโหด

หลายคนคงเคยได้ยินอย่างน้อยสักข้อว่า

  • «ให้นมลูก ห้ามกินนมวัวเลยนะ»
  • «กินกระเทียมแล้วลูกจะท้องอืด»
  • «กินเผ็ดกับกะหล่ำปลีไม่ได้นะ ลูกจะปวดท้อง»
  • «กินถั่วแล้วลูกจะโคลิก ร้องไห้ไม่หยุด»

ส่วนมากเป็นแค่ความเชื่อค่ะ

น้ำนมแม่มีองค์ประกอบค่อนข้างคงที่

องค์ประกอบของนมแม่จริงๆ คงที่กว่าที่หลายคนคิด จากข้อมูลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสมาคมกุมารแพทย์ไทย ระบุคล้ายกันว่า อาหารแม่มีผลต่อองค์ประกอบบางส่วนของนมแม่เท่านั้น และมักเปลี่ยนไม่มาก

ร่างกายให้ความสำคัญกับลูกก่อนเสมอ ถึงแม่กินไม่ดีเท่าไร ร่างกายก็จะดึงสารอาหารจากสต็อกในตัวเรามาใช้ เพื่อผลิตนมแม่ที่เหมาะกับลูกอยู่ดี แต่ไม่ได้แปลว่า อาหารแม่ไม่สำคัญนะ สำคัญต่อพลังงาน อารมณ์ และสุขภาพระยะยาวของแม่เอง เพียงแต่ไม่ถึงขั้นต้อง «งดนู่นนี่» จนแทบกินอะไรไม่ได้

ต้องงดนมวัว กระเทียม อาหารเผ็ด หรือกะหล่ำปลี «กันไว้ก่อน» ไหม

ส่วนใหญ่ «ไม่ต้อง» ค่ะ

  • กินนมวัวขณะให้นมลูกได้ไหม
    ได้สำหรับแม่ส่วนใหญ่ ยกเว้นกรณีที่ลูกมีอาการเข้าได้กับภาวะแพ้โปรตีนนมวัวจริงๆ (จะเล่าต่อด้านล่าง) นมสด ชานม นมในกาแฟ โยเกิร์ต ชีส โดยมากแม่ให้นมกินได้ตามปกติ

  • อาหารเผ็ดกับการให้นมลูก
    ในบ้านเรา หลายคนกินเผ็ดแทบทุกมื้อ ทั้งส้มตำ แกงเผ็ด ต้มยำ แม่ให้นมก็เช่นกัน ลูกไทย อินเดีย เม็กซิโก เกาหลี ฯลฯ ก็เติบโตมากับนมแม่ที่มีรสและกลิ่นเครื่องเทศได้ดี งานวิจัยบางส่วนยังพบว่า กลิ่นรสจากอาหารจัด เช่น กระเทียม หรือเครื่องเทศบางอย่างผ่านไปที่นมแม่เล็กน้อย อาจช่วยให้ลูกคุ้นกับรสชาติอาหารครอบครัวในอนาคตด้วย แม่ไทยไม่จำเป็นต้องอยู่กับข้าวต้มจืดตลอดปีแรกของลูกค่ะ

  • กระเทียมกับการให้นมลูก
    กระเทียมอาจทำให้กลิ่นและรสของนมแม่เปลี่ยนเล็กน้อย แต่มีงานศึกษาจากยุโรปพบว่า ทารกบางคนดูดนมแม่นานขึ้นหลังแม่กินกระเทียมด้วยซ้ำ ไม่ได้มีหลักฐานว่าลูกจะไม่ยอมดูดนมแม่เพราะกลิ่นกระเทียมอย่างที่มักพูดกัน

  • กะหล่ำปลี ถั่ว และอาหารที่ทำให้ผู้ใหญ่ท้องอืด
    แก๊สที่เกิดในลำไส้เรา เกิดในทางเดินอาหาร ไม่ได้วิ่งไปออกทางนมแม่โดยตรง ดังนั้นที่แม่ท้องอืด ไม่ได้แปลว่าแก๊สจะไปอยู่ในท้องลูกทันที บางคนอาจมีลูกที่ไวต่อโปรตีนหรือคาร์โบไฮเดรตบางชนิด แต่สำหรับส่วนใหญ่ ความงอแงของลูกมักไม่ได้เกิดจากที่แม่กินบร็อกโคลีหรือถั่วเพียงครั้งสองครั้ง

สรุปคือ ไม่จำเป็นต้องงดอาหารครึ่งซูเปอร์มาร์เก็ตเผื่อไว้ล่วงหน้า
สิ่งที่ควรทำคือ ค่อยสังเกตว่าถ้ามีอาหารชนิดใดที่กินแล้ว «ลูกมีอาการผิดปกติชัดเจน ซ้ำๆ» ค่อยพิจารณางดเฉพาะอย่างนั้น และมักจะเป็นการงดชั่วคราว ไม่ใช่งดถาวรทุกอย่าง


หน้าตา «อาหารแม่ให้นมลูก» แบบสมดุลจริงๆ เป็นอย่างไร

แทนที่จะคิดว่าช่วงให้นมคือการ «คุมอาหาร» แบบรายชื่อของต้องห้าม ลองมองว่าเป็นการกินอาหารปกติที่ดีต่อสุขภาพ แต่เผื่อช่องให้กับความหิวและความเหนื่อยมากกว่าปกติหน่อยก็พอ

หลักง่ายๆ

พยายามให้ในแต่ละวันมีครบประมาณนี้

  • ผักผลไม้และพืชต่างๆ ให้เยอะเข้าไว้
    ผัก ผลไม้ ถั่วเมล็ดแห้ง ธัญพืชไม่ขัดสี ผักสด ผักลวก ผักดองบ้านๆ ก็ใช้ได้ แช่แข็งหรือบรรจุกระป๋องในน้ำเปล่าก็โอเค ไม่ต้องหรู ขอให้กินได้จริงในชีวิตประจำวัน

  • แหล่งโปรตีนที่ดี
    ไข่ เนื้อไก่ ปลา (รวมถึงปลาทะเลน้ำลึกที่มีไขมันดี) เนื้อหมูหรือเนื้อวัวไม่ติดมัน โยเกิร์ตรสธรรมชาติ นมถั่วเหลืองที่เสริมแคลเซียม เต้าหู้ ถั่วต่างๆ งา เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดฟักทอง

  • ไขมันดี
    น้ำมันพืชที่ดีต่อหัวใจ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่วและเมล็ดพืชต่างๆ ปลาทะเลที่มีไขมัน

  • คาร์โบไฮเดรตให้พลังงาน
    ข้าวกล้อง ข้าวหอมมะลิ ขนมปังโฮลวีต ข้าวโอ๊ต ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ เส้นหมี่ เผือก มัน ฝรั่ง มันเทศ ข้าวขาวก็ไม่ใช่ของต้องห้าม แค่พยายามกินให้หลากหลายและไม่หวานจัด

อย่าลืมว่า การเป็นแม่ลูกอ่อน ความเป๊ะสมบูรณ์แบบแทบเป็นไปไม่ได้ ข้าวไข่เจียวจานเดียวกับกล้วยหอม 1 ผล ที่กินแบบมือหนึ่งอุ้มลูก มือหนึ่งถือช้อน ก็ถือเป็น «มื้อที่โอเค» แล้ว อาหารแม่ให้นมลูกไม่จำเป็นต้องสวยเหมือนในอินสตาแกรม


ปริมาณแคลอรี่ขณะให้นมแม่ควรกินประมาณเท่าไร

การผลิตนมแม่ใช้พลังงานไม่น้อย โดยเฉลี่ยแม่ที่ให้นมเต็มที่ใช้พลังงานเพิ่มราว 400 - 500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ในช่วง 6 เดือนแรก ตามคำแนะนำของกรมอนามัยและแนวทางโภชนาการหลังคลอดในไทย

ไม่ได้หมายความว่าต้องมานั่งนับแคลทุกคำที่กิน
แปลง่ายๆ ว่า

  • คุณจะรู้สึกหิวบ่อยขึ้น ฟังเสียงตัวเองแล้วเติมให้พอ
  • ช่วงนี้ไม่เหมาะกับการลดหุ่นแบบอดอาหารโหด
  • น้ำหนักที่ค่อยๆ ลดลงทีละนิดจากน้ำนมและกิจวัตรใหม่ถือว่าปกติ แต่ถ้ารู้สึกหน้ามืด เวียนหัว หรืออ่อนเพลียตลอดเวลา อาจกำลังกินไม่พอ

แนวทางคร่าวๆ

  • ถ้าก่อนท้องน้ำหนักค่อนข้างสมดุลอยู่แล้ว ช่วงให้นมอาจต้องเพิ่มเป็น
    ของว่างเล็กๆ ประมาณ 2 ครั้งต่อวัน หรือเทียบเท่ากับมื้อหนึ่งที่เพิ่มพลังงาน
  • ตัวอย่างของว่างเสริมพลัง
    • โจ๊กข้าวโอ๊ตใส่นมและผลไม้
    • ขนมปังโฮลวีตทาเนยถั่ว
    • โยเกิร์ตรสธรรมชาติใส่ผลไม้และถั่วหนึ่งกำมือ
    • ข้าวไข่เจียวเพิ่มผัก แถมกล้วยสักผล

ถ้าก่อนตั้งครรภ์น้ำหนักเกินอยู่บ้าง ร่างกายอาจดึงพลังงานจากไขมันสะสมมาใช้ทำ นมแม่ อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มถึง 500 แคลอรี่เต็มๆ ทุกวัน หลักคือ กินตามความหิว อย่าโหมลดแคลอรี่จนรู้สึกไม่สบายตัว


การดื่มน้ำขณะให้นมลูก ควรดื่มแค่ไหนถึงพอดี

ไม่จำเป็นต้องฝืนน้ำทีละขวดจนปัสสาวะใสแจ๋วตลอดทั้งวัน คำแนะนำเก่าๆ แบบ «ยิ่งใสยิ่งดี» ไม่แม่นแล้ว

แนวทางทั่วไป
แม่ให้นมในสภาพอากาศไทยส่วนใหญ่ดื่มน้ำรวมประมาณ 2 - 3 ลิตรต่อวัน ก็เพียงพอ ปริมาณนี้รวมทั้งน้ำเปล่า เครื่องดื่มต่างๆ และน้ำจากอาหาร เช่น แกงจืด ต้มยำ ผลไม้ชุ่มน้ำ

สิ่งที่ช่วยได้มากกว่าการนับแก้วคือ

  • ดื่มเมื่อเริ่มรู้สึกกระหาย
  • วางขวดน้ำหรือแก้วน้ำไว้ใกล้ทุกจุดที่ให้นมลูก เช่น ข้างเตียง โซฟา ห้องนั่งเล่น
  • สังเกตสีปัสสาวะ ถ้าเป็นสีเหลืองอ่อนถือว่ากำลังดี
  • ถ้าอากาศร้อนมาก คนนั้นเหงื่อออกง่าย หรือให้นมลูกแฝด อาจต้องดื่มเพิ่มอีก

น้ำเปล่าคือพระเอก แต่ยังรวมถึง

  • ชาสมุนไพร (เลี่ยงชนิดดีท็อกซ์หรือสลายไขมันที่ผสมสมุนไพรแรงๆ)
  • นมวัว หรือนมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม
  • น้ำผลไม้ 100% ปริมาณพอเหมาะ
  • ชาและกาแฟในปริมาณคาเฟอีนที่ไม่เกินเกณฑ์ (เดี๋ยวอธิบายต่อ)

หากรู้สึกปากแห้ง ปวดหัว มึนๆ หรือปัสสาวะเข้มและน้อยลง อาจเป็นสัญญาณว่าดื่มไม่พอ


สารอาหารสำหรับแม่ให้นมลูก ที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ

ช่วงให้นมลูก ร่างกายกำลังทำงานหนักมาก การเลือก อาหารบำรุงน้ำนม ให้ครบกลุ่มสำคัญจะช่วยทั้งแม่และลูก

ธาตุเหล็ก

ช่วงตั้งครรภ์และคลอดบุตรทำให้แม่หลายคนเสียธาตุเหล็กมาก ภาวะขาดธาตุเหล็กทำให้เหนื่อยง่าย เพลีย หัวหมุน คล้าย «ความเหนื่อยของแม่ลูกอ่อน» จนแยกไม่ออก

แหล่งธาตุเหล็กที่ดี เช่น

  • เนื้อแดงไม่ติดมัน (หมูหรือวัว)
  • ตับ (กินไม่บ่อยและไม่มากเกินไป โดยเฉพาะระหว่างท้อง แต่หลังคลอดกินได้ปริมาณเหมาะสม)
  • เนื้อไก่ส่วนเนื้อมืด
  • ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเขียว เลนทิล
  • ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักโขม ใบย่านาง ผักกวางตุ้ง
  • ซีเรียลหรือข้าวเสริมธาตุเหล็ก

ถ้าเป็นแหล่งจากพืช ควรกินคู่กับอาหารที่มีวิตามินซี เช่น ฝรั่ง ส้ม มะละกอ พริกหวาน เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น ถ้าคลอดแล้วเสียเลือดมาก หรือเคยโลหิตจางขณะตั้งครรภ์ แพทย์อาจให้เสริมธาตุเหล็กเพิ่ม

แคลเซียม

แคลเซียมสำคัญต่อกระดูกและฟันของทั้งแม่และลูก หากแม่ได้รับแคลเซียมไม่พอ ร่างกายจะดึงจากกระดูกตัวเองมาใช้ผลิตนมแม่

ควรได้ประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน จาก

  • นมวัว โยเกิร์ต ชีส
  • นมถั่วเหลืองหรือนมพืชที่เสริมแคลเซียม (เช็กฉลากให้ชัด)
  • ปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งก้าง เช่น ปลาแอนโชวี ปลาแก้ว ปลาอินทรีเค็มล้างเกลือให้ดี
  • เต้าหู้ที่ใช้แคลเซียมซัลเฟตในการทำ (ดูจากฉลาก)
  • ผักใบเขียวบางชนิด เช่น คะน้า บร็อกโคลี กวางตุ้ง

โอเมก้า 3 ขณะให้นมลูก

กรดไขมันโอเมก้า 3 (โดยเฉพาะ DHA) ช่วยการพัฒนาสมองและสายตาลูก และมีส่วนช่วยอารมณ์ของแม่เอง

แหล่งโอเมก้า 3 ที่ดี เช่น

  • ปลาทะเลน้ำลึก เช่น แซลมอน แมคเคอเรล ซาบะ ปลาทู ปลาซาร์ดีน
  • ไข่ไก่เสริมโอเมก้า 3
  • วอลนัต เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเจีย งาขี้ม่อน (ให้กรดไขมัน ALA ซึ่งร่างกายแปลงเป็น DHA ได้น้อยแต่ก็ยังมีประโยชน์)

คำแนะนำทั่วไปในไทย

  • กินปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง โดยให้มีปลาทะเลที่มีไขมันดีอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • เลี่ยงปลาที่สะสมสารปรอทสูง เช่น ปลาฉลามบางชนิดหรือปลาทะเลขนาดใหญ่มาก ไม่ค่อยอยู่ในเมนูประจำของคนไทยอยู่แล้ว

ถ้าไม่กินปลาเลย โดยเฉพาะคุณแม่มังสวิรัติหรือวีแกน อาจพิจารณาอาหารเสริมโอเมก้า 3 จากสาหร่าย ซึ่งหลายนักโภชนาการแนะนำสำหรับแม่ให้นมที่ไม่กินปลา

วิตามินดีขณะให้นม

วิตามินดีเกี่ยวข้องกับกระดูก ภูมิคุ้มกัน และอารมณ์ แม้ไทยจะมีแดดแรง แต่หลายคนทำงานในร่ม ทาครีมกันแดดตลอด หรือไม่ค่อยออกแดด ทำให้ขาดวิตามินดีได้เหมือนกัน

แนวทางของกรมอนามัยและสมาคมต่อมไร้ท่อไทย ชี้ว่า

  • ผู้ใหญ่ รวมถึงแม่ให้นมลูก ส่วนใหญ่ควรได้รับวิตามินดีประมาณ 10 ไมโครกรัม (400 IU) ต่อวัน จากอาหารและ/หรืออาหารเสริม โดยเฉพาะคนที่แทบไม่โดนแดด หรือผิวคล้ำ
  • อาหารที่มีวิตามินดี เช่น ปลาทะเล ไข่แดง ตับ และผลิตภัณฑ์ที่เสริมวิตามินดีบางชนิด

ถ้าไม่แน่ใจว่าตนเองขาดหรือไม่ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจเลือดได้

ไอโอดีนระหว่างให้นม

ไอโอดีนมีบทบาทต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ของแม่ และการพัฒนาสมองลูก

แหล่งไอโอดีนที่คนไทยเข้าถึงได้ เช่น

  • เกลือเสริมไอโอดีน (ซึ่งเป็นมาตรการหลักในไทย)
  • นมวัวและผลิตภัณฑ์นมบางส่วน
  • ปลาและอาหารทะเล
  • สาหร่าย แต่ไม่ควรกินสาหร่ายที่มีไอโอดีนสูงมากอย่างคอมบุหรือเคลป์ในปริมาณมาก เพราะอาจทำให้ไอโอดีนเกินได้

ถ้าเป็นมังสวิรัติแบบไม่กินนมปลา หรือไม่มั่นใจเรื่องการใช้เกลือเสริมไอโอดีน ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารว่าควรเสริมไอโอดีนเพิ่มเติมหรือไม่


อาหารที่ควรจำกัดจริงๆ ขณะให้นมลูก

จนถึงตรงนี้คือสิ่งที่ «กินได้» หรือ «กินได้อย่างมีสติ» ทีนี้มาดูสิ่งที่ควรระวังจริงจังบ้าง

คาเฟอีนขณะให้นม

ไม่จำเป็นต้องเลิกกาแฟหมดชีวิตค่ะ แม่ลูกอ่อนกับกาแฟเป็นเพื่อนกันได้ แต่ต้องรู้ขีดจำกัด

คาเฟอีนผ่านไปสู่นมแม่ได้เล็กน้อย ส่วนใหญ่ทารกทนได้ในปริมาณหนึ่ง แนวทางขององค์การอนามัยโลกและคำแนะนำของแพทย์ไทยมักให้จำกัดคาเฟอีนรวมไว้ที่ประมาณ ไม่เกิน 200 - 300 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับแม่ให้นม

โดยประมาณเทียบเป็น

  • กาแฟสด 1 แก้วใหญ่ (ประมาณ 140 มิลลิกรัม) + ชา 1 แก้ว (ประมาณ 70 มิลลิกรัม)
    หรือ
  • กาแฟสำเร็จรูป 2 แก้ว
    หรือ
  • ชาไทย/ชาเขียว 3 - 4 แก้ว (ขึ้นกับความเข้ม)

อย่าลืมว่า

  • น้ำอัดลม ชานม ไอศกรีมชาเขียว และเครื่องดื่มชูกำลัง บางยี่ห้อมีคาเฟอีนสูง
  • ช็อกโกแลต โดยเฉพาะดาร์กช็อกโกแลต มีคาเฟอีนเล็กน้อย

ถ้ารู้สึกว่าลูกตาใสปิ๊ง หลับยาก กระสับกระส่าย หรือร้องงอแงผิดปกติและคุณดื่มคาเฟอีนเยอะ ลองค่อยๆ ลดดูสักสัปดาห์ ว่าลูกดีขึ้นไหม

แอลกอฮอล์กับการให้นมลูก

แอลกอฮอล์ไม่มีระดับที่เรียกว่า «ปลอดภัย 100%» สำหรับทารก แต่กลไกการเข้าสู่นมแม่มักถูกเข้าใจผิด

หลักที่ควรรู้

  • ระดับแอลกอฮอล์ในนมแม่ «ใกล้เคียง» กับในเลือดของแม่
  • จะสูงสุดประมาณ 30 - 60 นาที หลังดื่ม (หรือ 60 - 90 นาทีถ้ากินพร้อมอาหาร)
  • ร่างกายต้องใช้เวลาในการกำจัด แค่ปั๊มน้ำนมทิ้งไม่ได้ทำให้นมปลอดแอลกอฮอล์เร็วขึ้น

องค์กรด้านสุขภาพในไทยส่วนใหญ่มักแนะนำว่า หากเลี่ยงแอลกอฮอล์ได้ทั้งหมดระหว่างให้นมจะดีที่สุด แต่หากมีโอกาสที่อยากดื่มบ้าง ก็ควรเป็น ปริมาณน้อย ไม่บ่อย และวางแผนเวลาให้นมให้ดี

ถ้าจำเป็นต้องดื่ม

  • วางแผนการให้นม
    • ให้ลูกดูดนมหรือปั๊มนมเก็บก่อนเริ่มดื่ม
    • รออย่างน้อย 2 - 3 ชั่วโมงต่อแอลกอฮอล์ 1 ดริงก์มาตรฐาน ก่อนให้ลูกดูดเต้าอีกครั้ง
  • ดริงก์มาตรฐานโดยประมาณ
    • เบียร์ 330 มิลลิลิตร แอลกอฮอล์ราว 4 - 5%
    • ไวน์ 1 แก้วเล็ก 100 - 120 มิลลิลิตร
    • เหล้าหรือวิสกี้ 1 ช็อตมาตรฐาน

หากเต้าคัดจนเจ็บขณะรอให้แอลกอฮอล์ลดลง สามารถปั๊มนมออกและทิ้ง เพื่อระบายความคัดและป้องกันท่อน้ำนมอุดตัน นี่คือบทบาทเดียวของคำว่า «ปั๊มทิ้ง» แต่ไม่ได้ทำให้เปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ในน้ำนมลดลงเร็วขึ้น

ถ้ารู้สึกควบคุมการดื่มได้ยาก หรือมีเหตุให้ใช้แอลกอฮอล์บ่อย ควรคุยกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญอย่างเปิดใจ จะปลอดภัยทั้งกับแม่และลูกที่สุด


อาหารที่อาจทำให้ลูกบางคนงอแงหรือท้องอืด

จุดนี้จะเริ่มแตกต่างกันในแต่ละบ้าน

บางครอบครัวรู้สึกว่าพอกินอะไรบางอย่างแล้วลูกดูไม่สบายตัวมากขึ้น อาหารที่มักถูกสงสัยว่าเป็น อาหารที่ทำให้ลูกท้องอืด หรือทำให้ร้องไห้งอแง ได้แก่

  • อาหารรสจัดและเผ็ดมาก
  • ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี บร็อกโคลี หอมหัวใหญ่
  • ช็อกโกแลต
  • ผลไม้รสเปรี้ยวแรง เช่น ส้มบางชนิด สับปะรด
  • มะเขือเทศหรืออาหารที่มีมะเขือเทศเยอะ

แต่สิ่งสำคัญคือ ไม่ใช่เด็กทุกคนจะเป็นแบบนั้น
จะมีทั้งแม่ที่บอกว่ากินส้มตำพริก 10 เม็ดลูกยังหลับสบาย กับแม่ที่รู้สึกว่าพอกินน้ำส้มแก้วเดียวลูกงอแงทั้งคืน

แนวทางที่เหมาะคือ

  1. อย่าเพิ่ง «งดหมดล่วงหน้า» ตั้งแต่วันแรก
  2. ถ้าลูกงอแงมาก ท้องกาง ผายลมเยอะ ดูไม่สบายตัว ลองจด ไดอารี่อาหารกับอาการลูก สัก 1 - 2 สัปดาห์
  3. มองหาความเชื่อมโยง
    • หลังจากคุณกินอาหารชนิดใด ลูกจะเริ่มไม่สบายตัวภายในไม่กี่ชั่วโมงแบบนี้ซ้ำๆ หลายครั้งหรือไม่
  4. ถ้าเห็นความเชื่อมโยงชัด
    • ลองงดอาหารนั้น 1 - 2 สัปดาห์
    • จากนั้นลองกลับไปกินอีกครั้ง แล้วสังเกตลูก

ถ้าอาการหายไปตอนงด และกลับมาอีกชัดเจนหลังลองกินซ้ำ แสดงว่าอาหารนั้นอาจเป็นตัวกระตุ้น ก็เลี่ยงไปสักพัก ส่วนใหญ่เมื่อระบบย่อยของลูกโตขึ้น มักกินได้ตามปกติในภายหลัง

ถ้าจำเป็นต้องงดทีละหลายอย่าง หรือเป็นอาหารกลุ่มใหญ่ เช่น งดทั้งนมวัวและถั่วเหลือง หรือหลีกเลี่ยงถั่วแทบทุกชนิด ควรปรึกษานักกำหนดอาหารหรือแพทย์ เพื่อมั่นใจว่าอาหารของแม่ยังครบสารอาหาร ไม่ขาดโปรตีนหรือแคลอรี่


ภูมิแพ้อาหารที่ควรสังเกตจากอาการลูก

ส่วนใหญ่ลูกไม่ได้มีปัญหากับสิ่งที่แม่กิน นอกจากลมในท้องและอารมณ์ตามปกติ แต่มีเด็กส่วนน้อยที่มีภาวะแพ้หรือตอบสนองต่ออาหารบางชนิดอย่างชัดเจน

เรื่องที่พบบ่อยสุดคือ ภาวะแพ้โปรตีนนมวัว (Cow’s Milk Protein Allergy - CMPA)

โปรตีนนมวัวในนมแม่

โปรตีนนมวัวจากอาหารที่แม่กินสามารถผ่านสู่นมแม่ในปริมาณเล็กน้อยได้ เด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวบางคนไวต่อปริมาณนิดเดียวด้วย

สัญญาณที่ควรใส่ใจ เช่น

  • มีเลือดหรือมูกปนในอุจจาระลูก
  • ผื่นผิวหนังแบบผื่นแดง คัน หนา หรือน้ำเหลืองไหล ที่รักษาตามปกติแล้วไม่ดีขึ้น (เช่น ผื่นคล้ายภูมิแพ้ผิวหนังรุนแรง)
  • ร้องกรี๊ดเหมือนปวดท้องรุนแรง หลังดูดนมแม่ ขดตัว แอ่นหลัง อาเจียนบ่อย
  • น้ำหนักขึ้นน้อยผิดปกติ
  • หายใจมีเสียงวี้ด หรือมีอาการหอบเหนื่อย โดยไม่มีสาเหตุอื่นชัดเจน

อาการเหล่านี้แตกต่างจากแค่ท้องอืดเล็กน้อย หรือร้องไห้งอแงทั่วไปมาก

ถ้าคุณสังเกตว่าลูกมีเลือดในอุจจาระ หรือผื่นหนักมาก

  1. อย่าเพิ่งตัดอาหารเองแบบ «งดทุกอย่าง» โดยไม่มีแผน
  2. รีบพาลูกพบกุมารแพทย์หรือแพทย์ที่ดูแล และแจ้งว่ากังวลเรื่องภาวะแพ้โปรตีนนมวัวในเด็กที่กินนมแม่
  3. ปรึกษาแนวทางตรวจและดูแลอย่างเป็นระบบ

โดยส่วนใหญ่ แพทย์อาจแนะนำให้

  • แม่งดอาหารที่มีนมวัวทั้งหมด ทั้งแบบชัดเจนและแบบซ่อนอยู่ในฉลาก เป็นระยะเวลาหนึ่ง (เช่น 2 - 4 สัปดาห์)
  • ปรึกษานักกำหนดอาหารเพื่อวางแผน อาหารแม่ให้นมลูกแบบไม่มีนมวัว ให้ยังคงได้รับโปรตีน แคลเซียม และพลังงานเพียงพอ
  • เมื่ออาการลูกดีขึ้น อาจลองทดสอบกลับมากินนมวัวทีละน้อยเพื่อยืนยันว่าลูกแพ้จริง

อาหารก่อภูมิแพ้อื่นๆ เช่น ถั่วเหลือง ไข่ ถั่วเปลือกแข็ง ก็สามารถผ่านไปทางนมแม่ได้เช่นกัน แต่อาการแพ้รุนแรงจากการผ่านทางนมแม่ค่อนข้างน้อยกว่า อย่าพึ่งวินิจฉัยเองว่าลูกแพ้อาหารทุกอย่าง แล้วงดไปหมด จะทำให้แม่เสี่ยงขาดสารอาหารโดยไม่จำเป็น


อาหารเสริมสำหรับแม่ให้นมลูก อะไรจำเป็น อะไรเป็นตัวเลือก

วิตามินดีสำหรับลูก

ในไทย สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งประเทศไทยและแนวทางของหลายโรงพยาบาล แนะนำว่า

  • ทารกที่กินนมแม่ล้วนตั้งแต่แรกเกิดถึง 1 ปี ควรได้รับวิตามินดีเสริมวันละ ประมาณ 400 IU (8.5 - 10 ไมโครกรัม) ในรูปแบบหยดหรือหยดผสมในนมแม่
  • ถ้าลูกกินนมผงเกินประมาณ 500 - 1,000 มิลลิลิตรต่อวัน ซึ่งมักเสริมวิตามินดีอยู่แล้ว แพทย์อาจพิจารณาไม่จำเป็นต้องเสริมเพิ่ม

ต่อให้แม่ทานวิตามินดีเอง นมแม่มักยังมีวิตามินดีไม่มากพอให้ลูกแบบเต็มความต้องการ ยกเว้นใช้สูตรวิตามินดีโดสสูงภายใต้การดูแลแพทย์โดยเฉพาะ ดังนั้นหยดวิตามินดีให้ลูกจึงยังจำเป็น

โอเมก้า 3 สำหรับแม่

ถ้าคุณกินปลา โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึก 1 - 2 ครั้งต่อสัปดาห์ โอเมก้า 3 ก็น่าจะเพียงพอในระดับหนึ่ง

แต่ถ้าไม่ค่อยกินปลา หรือเป็นมังสวิรัติ/วีแกน อาหารเสริมโอเมก้า 3 อาจช่วยได้

ควรมองหาว่า

  • เป็นสูตรที่มี DHA (และถ้ามี EPA ด้วยก็ยิ่งดี)
  • ถ้าไม่กินผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เลือกแบบสกัดจากสาหร่ายแทนน้ำมันปลา

อาหารเสริมอื่น

  • วิตามินรวมสำหรับแม่ให้นม หรือวิตามินหลังคลอด อาจช่วยได้ในช่วงที่กินอาหารไม่ค่อยเป็นเวลา หรือกินได้น้อยเพราะเหนื่อยและไม่มีเวลา
  • ธาตุเหล็ก ควรกินเฉพาะกรณีที่มีภาวะเสี่ยงหรือมีการตรวจพบว่าขาด เพราะหากได้เกินความจำเป็นก็มีผลข้างเคียงได้

ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องเสริมอะไร ควรปรึกษาแพทย์ พยาบาล หรือโภชนากรโรงพยาบาล หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดสสูงที่โฆษณาว่า «เร่งน้ำนม» หรือ «ดีท็อกซ์หลังคลอด» จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ


วางความรู้สึกผิดลงหน่อย อาหารแม่ให้นมลูกไม่ต้องเพอร์เฟกต์

การเป็นแม่ยุคนี้ ทั้งในไทยและทั่วโลก มีความกดดันรอบด้าน ทั้งเรื่องเลี้ยงลูก เรื่องรูปร่าง เรื่องการกิน พอเข้าไปอ่านเพจหรือกลุ่มต่างๆ ยิ่งเครียด

ลองจำประโยคใหม่แทน

  • คุณ กินนมวัว กระเทียม อาหารเผ็ด กะหล่ำปลี ได้ขณะให้นมลูก
    ถ้าและเฉพาะเมื่อ «ลูกของคุณ» แสดงปัญหาชัดเจนเท่านั้นที่ค่อยพิจารณางด
  • คุณไม่จำเป็นต้องมีลิสต์ «อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงขณะให้นม» ยาวเป็นหางว่าว
  • เด็กส่วนใหญ่รับมือได้ดีกับแม่ที่กินอาหารปกติ หลากหลาย
  • สุขภาพของคุณแม่สำคัญไม่แพ้น้ำนมที่ให้ลูก

สรุปง่ายๆ

  • กินให้ครบมื้อเท่าที่ทำได้
  • ดื่มน้ำตามความกระหาย
  • ใส่ใจธาตุเหล็ก แคลเซียม โอเมก้า 3 วิตามินดี และไอโอดีนในแต่ละวัน
  • จำกัดคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ในระดับปลอดภัย
  • ฟังสัญญาณจากลูกจริงๆ มากกว่าฟังคำเตือนสุ่มจากอินเทอร์เน็ต

และถ้าวันไหนเมนูของคุณมีแค่ชา โอวัลติน ขนมปังปิ้ง และบิสกิตเพราะไม่มีแรงทำมากกว่านั้น คุณก็ยังเป็นแม่ที่ดีอยู่ดีค่ะ ป้อนตัวเองด้วยความเมตตาให้ใกล้เคียงกับที่คุณดูแลลูก แล้วร่างกายของคุณจะจัดการเรื่องน้ำนมให้เองได้อย่างน่าอัศจรรย์ค่ะ

นมแม่ดีอยู่แล้ว แม่เองก็ต้องได้ดีด้วยเหมือนกัน ❤️


เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ควรใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ กุมารแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอื่น ๆ หากคุณมีคำถามหรือข้อกังวลใด ๆ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
เราในฐานะนักพัฒนาแอป Erby ขอปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจใด ๆ ที่คุณทำโดยอาศัยข้อมูลนี้ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ส่วนบุคคล

บทความเหล่านี้อาจน่าสนใจสำหรับคุณ

Erby — แอปติดตามทารกสำหรับทารกแรกเกิดและแม่ให้นม

ติดตามการให้นม การปั๊มนม การนอนหลับ ผ้าอ้อม และพัฒนาการสำคัญ