ถ้าคุณกำลังให้นมลูก แล้วเริ่มงงว่าตกลงตัวเอง «กินอะไรได้บ้าง» หรืออะไรบ้างที่ «ห้ามกินเด็ดขาด» คุณไม่ใช่คนเดียวแน่นอน ญาติผู้ใหญ่บอกอย่างหนึ่ง เพจคุณแม่ในโซเชียลบอกอีกอย่าง กูเกิลก็ว่ามาอีกแบบ สุดท้ายกลายเป็นรู้สึกว่าทุกอย่างบนจานอาจเป็นภัยต่อลูกไปหมด
แต่ความจริงที่มักถูกกลบไปคือ
แม่ให้นมส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องคุมอาหารแบบเคร่งครัด ค่ะ
ร่างกายของเราเก่งมาก มันผลิตนมแม่ได้จากอาหารที่หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องงดนมวัวเผื่อไว้ ไม่ต้องกินแต่ข้าวต้มอกไก่จืดหลายเดือน และไม่ต้องตกใจทุกครั้งที่อยากกินส้มตำปูปลาร้า
บทความนี้จะสรุปให้ว่า อาหารแม่ให้นมลูกควรกินอะไรได้ กินอะไรดี อะไรที่ควรจำกัดจริงๆ และอะไรคือความเชื่อที่ไม่จำเป็นต้องแคร์ เน้นข้อมูลอ้างอิงจากหลักฐานทางการแพทย์ ปรับใช้ได้จริงในชีวิตแม่ไทยที่บางวันยังไม่มีเวลาตักข้าวเข้าปากด้วยซ้ำ
หลายคนคงเคยได้ยินอย่างน้อยสักข้อว่า
ส่วนมากเป็นแค่ความเชื่อค่ะ
องค์ประกอบของนมแม่จริงๆ คงที่กว่าที่หลายคนคิด จากข้อมูลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสมาคมกุมารแพทย์ไทย ระบุคล้ายกันว่า อาหารแม่มีผลต่อองค์ประกอบบางส่วนของนมแม่เท่านั้น และมักเปลี่ยนไม่มาก
ร่างกายให้ความสำคัญกับลูกก่อนเสมอ ถึงแม่กินไม่ดีเท่าไร ร่างกายก็จะดึงสารอาหารจากสต็อกในตัวเรามาใช้ เพื่อผลิตนมแม่ที่เหมาะกับลูกอยู่ดี แต่ไม่ได้แปลว่า อาหารแม่ไม่สำคัญนะ สำคัญต่อพลังงาน อารมณ์ และสุขภาพระยะยาวของแม่เอง เพียงแต่ไม่ถึงขั้นต้อง «งดนู่นนี่» จนแทบกินอะไรไม่ได้
ส่วนใหญ่ «ไม่ต้อง» ค่ะ
กินนมวัวขณะให้นมลูกได้ไหม
ได้สำหรับแม่ส่วนใหญ่ ยกเว้นกรณีที่ลูกมีอาการเข้าได้กับภาวะแพ้โปรตีนนมวัวจริงๆ (จะเล่าต่อด้านล่าง) นมสด ชานม นมในกาแฟ โยเกิร์ต ชีส โดยมากแม่ให้นมกินได้ตามปกติ
อาหารเผ็ดกับการให้นมลูก
ในบ้านเรา หลายคนกินเผ็ดแทบทุกมื้อ ทั้งส้มตำ แกงเผ็ด ต้มยำ แม่ให้นมก็เช่นกัน ลูกไทย อินเดีย เม็กซิโก เกาหลี ฯลฯ ก็เติบโตมากับนมแม่ที่มีรสและกลิ่นเครื่องเทศได้ดี งานวิจัยบางส่วนยังพบว่า กลิ่นรสจากอาหารจัด เช่น กระเทียม หรือเครื่องเทศบางอย่างผ่านไปที่นมแม่เล็กน้อย อาจช่วยให้ลูกคุ้นกับรสชาติอาหารครอบครัวในอนาคตด้วย แม่ไทยไม่จำเป็นต้องอยู่กับข้าวต้มจืดตลอดปีแรกของลูกค่ะ
กระเทียมกับการให้นมลูก
กระเทียมอาจทำให้กลิ่นและรสของนมแม่เปลี่ยนเล็กน้อย แต่มีงานศึกษาจากยุโรปพบว่า ทารกบางคนดูดนมแม่นานขึ้นหลังแม่กินกระเทียมด้วยซ้ำ ไม่ได้มีหลักฐานว่าลูกจะไม่ยอมดูดนมแม่เพราะกลิ่นกระเทียมอย่างที่มักพูดกัน
กะหล่ำปลี ถั่ว และอาหารที่ทำให้ผู้ใหญ่ท้องอืด
แก๊สที่เกิดในลำไส้เรา เกิดในทางเดินอาหาร ไม่ได้วิ่งไปออกทางนมแม่โดยตรง ดังนั้นที่แม่ท้องอืด ไม่ได้แปลว่าแก๊สจะไปอยู่ในท้องลูกทันที บางคนอาจมีลูกที่ไวต่อโปรตีนหรือคาร์โบไฮเดรตบางชนิด แต่สำหรับส่วนใหญ่ ความงอแงของลูกมักไม่ได้เกิดจากที่แม่กินบร็อกโคลีหรือถั่วเพียงครั้งสองครั้ง
สรุปคือ ไม่จำเป็นต้องงดอาหารครึ่งซูเปอร์มาร์เก็ตเผื่อไว้ล่วงหน้า
สิ่งที่ควรทำคือ ค่อยสังเกตว่าถ้ามีอาหารชนิดใดที่กินแล้ว «ลูกมีอาการผิดปกติชัดเจน ซ้ำๆ» ค่อยพิจารณางดเฉพาะอย่างนั้น และมักจะเป็นการงดชั่วคราว ไม่ใช่งดถาวรทุกอย่าง
แทนที่จะคิดว่าช่วงให้นมคือการ «คุมอาหาร» แบบรายชื่อของต้องห้าม ลองมองว่าเป็นการกินอาหารปกติที่ดีต่อสุขภาพ แต่เผื่อช่องให้กับความหิวและความเหนื่อยมากกว่าปกติหน่อยก็พอ
พยายามให้ในแต่ละวันมีครบประมาณนี้
ผักผลไม้และพืชต่างๆ ให้เยอะเข้าไว้
ผัก ผลไม้ ถั่วเมล็ดแห้ง ธัญพืชไม่ขัดสี ผักสด ผักลวก ผักดองบ้านๆ ก็ใช้ได้ แช่แข็งหรือบรรจุกระป๋องในน้ำเปล่าก็โอเค ไม่ต้องหรู ขอให้กินได้จริงในชีวิตประจำวัน
แหล่งโปรตีนที่ดี
ไข่ เนื้อไก่ ปลา (รวมถึงปลาทะเลน้ำลึกที่มีไขมันดี) เนื้อหมูหรือเนื้อวัวไม่ติดมัน โยเกิร์ตรสธรรมชาติ นมถั่วเหลืองที่เสริมแคลเซียม เต้าหู้ ถั่วต่างๆ งา เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดฟักทอง
ไขมันดี
น้ำมันพืชที่ดีต่อหัวใจ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่วและเมล็ดพืชต่างๆ ปลาทะเลที่มีไขมัน
คาร์โบไฮเดรตให้พลังงาน
ข้าวกล้อง ข้าวหอมมะลิ ขนมปังโฮลวีต ข้าวโอ๊ต ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ เส้นหมี่ เผือก มัน ฝรั่ง มันเทศ ข้าวขาวก็ไม่ใช่ของต้องห้าม แค่พยายามกินให้หลากหลายและไม่หวานจัด
อย่าลืมว่า การเป็นแม่ลูกอ่อน ความเป๊ะสมบูรณ์แบบแทบเป็นไปไม่ได้ ข้าวไข่เจียวจานเดียวกับกล้วยหอม 1 ผล ที่กินแบบมือหนึ่งอุ้มลูก มือหนึ่งถือช้อน ก็ถือเป็น «มื้อที่โอเค» แล้ว อาหารแม่ให้นมลูกไม่จำเป็นต้องสวยเหมือนในอินสตาแกรม
การผลิตนมแม่ใช้พลังงานไม่น้อย โดยเฉลี่ยแม่ที่ให้นมเต็มที่ใช้พลังงานเพิ่มราว 400 - 500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ในช่วง 6 เดือนแรก ตามคำแนะนำของกรมอนามัยและแนวทางโภชนาการหลังคลอดในไทย
ไม่ได้หมายความว่าต้องมานั่งนับแคลทุกคำที่กิน
แปลง่ายๆ ว่า
แนวทางคร่าวๆ
ถ้าก่อนตั้งครรภ์น้ำหนักเกินอยู่บ้าง ร่างกายอาจดึงพลังงานจากไขมันสะสมมาใช้ทำ นมแม่ อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มถึง 500 แคลอรี่เต็มๆ ทุกวัน หลักคือ กินตามความหิว อย่าโหมลดแคลอรี่จนรู้สึกไม่สบายตัว
ไม่จำเป็นต้องฝืนน้ำทีละขวดจนปัสสาวะใสแจ๋วตลอดทั้งวัน คำแนะนำเก่าๆ แบบ «ยิ่งใสยิ่งดี» ไม่แม่นแล้ว
แนวทางทั่วไป
แม่ให้นมในสภาพอากาศไทยส่วนใหญ่ดื่มน้ำรวมประมาณ 2 - 3 ลิตรต่อวัน ก็เพียงพอ ปริมาณนี้รวมทั้งน้ำเปล่า เครื่องดื่มต่างๆ และน้ำจากอาหาร เช่น แกงจืด ต้มยำ ผลไม้ชุ่มน้ำ
สิ่งที่ช่วยได้มากกว่าการนับแก้วคือ
น้ำเปล่าคือพระเอก แต่ยังรวมถึง
หากรู้สึกปากแห้ง ปวดหัว มึนๆ หรือปัสสาวะเข้มและน้อยลง อาจเป็นสัญญาณว่าดื่มไม่พอ
ช่วงให้นมลูก ร่างกายกำลังทำงานหนักมาก การเลือก อาหารบำรุงน้ำนม ให้ครบกลุ่มสำคัญจะช่วยทั้งแม่และลูก
ช่วงตั้งครรภ์และคลอดบุตรทำให้แม่หลายคนเสียธาตุเหล็กมาก ภาวะขาดธาตุเหล็กทำให้เหนื่อยง่าย เพลีย หัวหมุน คล้าย «ความเหนื่อยของแม่ลูกอ่อน» จนแยกไม่ออก
แหล่งธาตุเหล็กที่ดี เช่น
ถ้าเป็นแหล่งจากพืช ควรกินคู่กับอาหารที่มีวิตามินซี เช่น ฝรั่ง ส้ม มะละกอ พริกหวาน เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น ถ้าคลอดแล้วเสียเลือดมาก หรือเคยโลหิตจางขณะตั้งครรภ์ แพทย์อาจให้เสริมธาตุเหล็กเพิ่ม
แคลเซียมสำคัญต่อกระดูกและฟันของทั้งแม่และลูก หากแม่ได้รับแคลเซียมไม่พอ ร่างกายจะดึงจากกระดูกตัวเองมาใช้ผลิตนมแม่
ควรได้ประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน จาก
กรดไขมันโอเมก้า 3 (โดยเฉพาะ DHA) ช่วยการพัฒนาสมองและสายตาลูก และมีส่วนช่วยอารมณ์ของแม่เอง
แหล่งโอเมก้า 3 ที่ดี เช่น
คำแนะนำทั่วไปในไทย
ถ้าไม่กินปลาเลย โดยเฉพาะคุณแม่มังสวิรัติหรือวีแกน อาจพิจารณาอาหารเสริมโอเมก้า 3 จากสาหร่าย ซึ่งหลายนักโภชนาการแนะนำสำหรับแม่ให้นมที่ไม่กินปลา
วิตามินดีเกี่ยวข้องกับกระดูก ภูมิคุ้มกัน และอารมณ์ แม้ไทยจะมีแดดแรง แต่หลายคนทำงานในร่ม ทาครีมกันแดดตลอด หรือไม่ค่อยออกแดด ทำให้ขาดวิตามินดีได้เหมือนกัน
แนวทางของกรมอนามัยและสมาคมต่อมไร้ท่อไทย ชี้ว่า
ถ้าไม่แน่ใจว่าตนเองขาดหรือไม่ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจเลือดได้
ไอโอดีนมีบทบาทต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ของแม่ และการพัฒนาสมองลูก
แหล่งไอโอดีนที่คนไทยเข้าถึงได้ เช่น
ถ้าเป็นมังสวิรัติแบบไม่กินนมปลา หรือไม่มั่นใจเรื่องการใช้เกลือเสริมไอโอดีน ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารว่าควรเสริมไอโอดีนเพิ่มเติมหรือไม่
จนถึงตรงนี้คือสิ่งที่ «กินได้» หรือ «กินได้อย่างมีสติ» ทีนี้มาดูสิ่งที่ควรระวังจริงจังบ้าง
ไม่จำเป็นต้องเลิกกาแฟหมดชีวิตค่ะ แม่ลูกอ่อนกับกาแฟเป็นเพื่อนกันได้ แต่ต้องรู้ขีดจำกัด
คาเฟอีนผ่านไปสู่นมแม่ได้เล็กน้อย ส่วนใหญ่ทารกทนได้ในปริมาณหนึ่ง แนวทางขององค์การอนามัยโลกและคำแนะนำของแพทย์ไทยมักให้จำกัดคาเฟอีนรวมไว้ที่ประมาณ ไม่เกิน 200 - 300 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับแม่ให้นม
โดยประมาณเทียบเป็น
อย่าลืมว่า
ถ้ารู้สึกว่าลูกตาใสปิ๊ง หลับยาก กระสับกระส่าย หรือร้องงอแงผิดปกติและคุณดื่มคาเฟอีนเยอะ ลองค่อยๆ ลดดูสักสัปดาห์ ว่าลูกดีขึ้นไหม
แอลกอฮอล์ไม่มีระดับที่เรียกว่า «ปลอดภัย 100%» สำหรับทารก แต่กลไกการเข้าสู่นมแม่มักถูกเข้าใจผิด
หลักที่ควรรู้
องค์กรด้านสุขภาพในไทยส่วนใหญ่มักแนะนำว่า หากเลี่ยงแอลกอฮอล์ได้ทั้งหมดระหว่างให้นมจะดีที่สุด แต่หากมีโอกาสที่อยากดื่มบ้าง ก็ควรเป็น ปริมาณน้อย ไม่บ่อย และวางแผนเวลาให้นมให้ดี
ถ้าจำเป็นต้องดื่ม
หากเต้าคัดจนเจ็บขณะรอให้แอลกอฮอล์ลดลง สามารถปั๊มนมออกและทิ้ง เพื่อระบายความคัดและป้องกันท่อน้ำนมอุดตัน นี่คือบทบาทเดียวของคำว่า «ปั๊มทิ้ง» แต่ไม่ได้ทำให้เปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ในน้ำนมลดลงเร็วขึ้น
ถ้ารู้สึกควบคุมการดื่มได้ยาก หรือมีเหตุให้ใช้แอลกอฮอล์บ่อย ควรคุยกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญอย่างเปิดใจ จะปลอดภัยทั้งกับแม่และลูกที่สุด
จุดนี้จะเริ่มแตกต่างกันในแต่ละบ้าน
บางครอบครัวรู้สึกว่าพอกินอะไรบางอย่างแล้วลูกดูไม่สบายตัวมากขึ้น อาหารที่มักถูกสงสัยว่าเป็น อาหารที่ทำให้ลูกท้องอืด หรือทำให้ร้องไห้งอแง ได้แก่
แต่สิ่งสำคัญคือ ไม่ใช่เด็กทุกคนจะเป็นแบบนั้น
จะมีทั้งแม่ที่บอกว่ากินส้มตำพริก 10 เม็ดลูกยังหลับสบาย กับแม่ที่รู้สึกว่าพอกินน้ำส้มแก้วเดียวลูกงอแงทั้งคืน
แนวทางที่เหมาะคือ
ถ้าอาการหายไปตอนงด และกลับมาอีกชัดเจนหลังลองกินซ้ำ แสดงว่าอาหารนั้นอาจเป็นตัวกระตุ้น ก็เลี่ยงไปสักพัก ส่วนใหญ่เมื่อระบบย่อยของลูกโตขึ้น มักกินได้ตามปกติในภายหลัง
ถ้าจำเป็นต้องงดทีละหลายอย่าง หรือเป็นอาหารกลุ่มใหญ่ เช่น งดทั้งนมวัวและถั่วเหลือง หรือหลีกเลี่ยงถั่วแทบทุกชนิด ควรปรึกษานักกำหนดอาหารหรือแพทย์ เพื่อมั่นใจว่าอาหารของแม่ยังครบสารอาหาร ไม่ขาดโปรตีนหรือแคลอรี่
ส่วนใหญ่ลูกไม่ได้มีปัญหากับสิ่งที่แม่กิน นอกจากลมในท้องและอารมณ์ตามปกติ แต่มีเด็กส่วนน้อยที่มีภาวะแพ้หรือตอบสนองต่ออาหารบางชนิดอย่างชัดเจน
เรื่องที่พบบ่อยสุดคือ ภาวะแพ้โปรตีนนมวัว (Cow’s Milk Protein Allergy - CMPA)
โปรตีนนมวัวจากอาหารที่แม่กินสามารถผ่านสู่นมแม่ในปริมาณเล็กน้อยได้ เด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวบางคนไวต่อปริมาณนิดเดียวด้วย
สัญญาณที่ควรใส่ใจ เช่น
อาการเหล่านี้แตกต่างจากแค่ท้องอืดเล็กน้อย หรือร้องไห้งอแงทั่วไปมาก
ถ้าคุณสังเกตว่าลูกมีเลือดในอุจจาระ หรือผื่นหนักมาก
โดยส่วนใหญ่ แพทย์อาจแนะนำให้
อาหารก่อภูมิแพ้อื่นๆ เช่น ถั่วเหลือง ไข่ ถั่วเปลือกแข็ง ก็สามารถผ่านไปทางนมแม่ได้เช่นกัน แต่อาการแพ้รุนแรงจากการผ่านทางนมแม่ค่อนข้างน้อยกว่า อย่าพึ่งวินิจฉัยเองว่าลูกแพ้อาหารทุกอย่าง แล้วงดไปหมด จะทำให้แม่เสี่ยงขาดสารอาหารโดยไม่จำเป็น
ในไทย สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งประเทศไทยและแนวทางของหลายโรงพยาบาล แนะนำว่า
ต่อให้แม่ทานวิตามินดีเอง นมแม่มักยังมีวิตามินดีไม่มากพอให้ลูกแบบเต็มความต้องการ ยกเว้นใช้สูตรวิตามินดีโดสสูงภายใต้การดูแลแพทย์โดยเฉพาะ ดังนั้นหยดวิตามินดีให้ลูกจึงยังจำเป็น
ถ้าคุณกินปลา โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึก 1 - 2 ครั้งต่อสัปดาห์ โอเมก้า 3 ก็น่าจะเพียงพอในระดับหนึ่ง
แต่ถ้าไม่ค่อยกินปลา หรือเป็นมังสวิรัติ/วีแกน อาหารเสริมโอเมก้า 3 อาจช่วยได้
ควรมองหาว่า
อาหารเสริมอื่น
ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องเสริมอะไร ควรปรึกษาแพทย์ พยาบาล หรือโภชนากรโรงพยาบาล หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดสสูงที่โฆษณาว่า «เร่งน้ำนม» หรือ «ดีท็อกซ์หลังคลอด» จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
การเป็นแม่ยุคนี้ ทั้งในไทยและทั่วโลก มีความกดดันรอบด้าน ทั้งเรื่องเลี้ยงลูก เรื่องรูปร่าง เรื่องการกิน พอเข้าไปอ่านเพจหรือกลุ่มต่างๆ ยิ่งเครียด
ลองจำประโยคใหม่แทน
สรุปง่ายๆ
และถ้าวันไหนเมนูของคุณมีแค่ชา โอวัลติน ขนมปังปิ้ง และบิสกิตเพราะไม่มีแรงทำมากกว่านั้น คุณก็ยังเป็นแม่ที่ดีอยู่ดีค่ะ ป้อนตัวเองด้วยความเมตตาให้ใกล้เคียงกับที่คุณดูแลลูก แล้วร่างกายของคุณจะจัดการเรื่องน้ำนมให้เองได้อย่างน่าอัศจรรย์ค่ะ
นมแม่ดีอยู่แล้ว แม่เองก็ต้องได้ดีด้วยเหมือนกัน ❤️